Category Archives: Udon Today

อุดรร่วมใจช่วยเหลือชาวลาวประสบภัยน้ำท่วม

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี มาเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2561 จากเหตุการณ์สันเขื่อนดิน ของเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย แขวงจำปาสัก เกิดทรุดตัวและพังเสียหาย น้ำกว่า 5,000 ล้านลิตร ไหลออกมาท่วมบ้านเรือนประชาชน พื้นที่การเกษตรกว่า 7 หมู่บ้าน ราษฎร 6,600 ครอบครัวไม่มีที่อยู่อาศัย และยังมีผู้เสียชีวิต และสูญหายกว่า 100 คน ทำให้หน่วยงานภาครัฐ เอกชนองค์กรสาธารณกุศล ได้ระดมความช่วยเหลือ ด้วยการเปิดรับบริจาค เงิน ทรัพย์สิน อาหาร น้ำดื่ม เสื้อผ้า เตรียมส่งไปให้การช่วยเหลือในหลายช่องทาง

โดยที่ศาลากลาง จ.อุดรธานี อำนวยการโดยนายธนพล จันทรนิมิ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ได้ตั้งจุดรับความช่วยเหลือ บริเวณลานด้านหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ศาลากลางตังหวัดอุดรธานี ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม นี้ โดยได้ประกาศเชิญขวนประชาชน ร่วมบริจาคเงิน อาหาร น้ำดื่ม เสื้อผ้า และ ของใช้ที่จำเป็น ขณะที่มีประชาชนทราบข่าว เดินทางนำสิ่งของมาบริจาค ที่เป็นเสื้อผ้า น้ำดื่ม บะหมี่สำเร็จรูป ขนมปัง โดยเฉพาะผ้าอนามัย

นอกจากที่ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี ยังมีภาคเอกชนอีกหลายแห่ง ที่เปิดรับบริจาค คือ มูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรม และ เจริญศรีปาร์ค ที่รับบริจาคสิ่งของเพื่อนำไปให้การช่วยเหลือ รวมทั้งทางหอการค้าจังหวัดอุดรธานี และ หอการค้ากลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ที่เปิดบัญชีรับบริจาค ชื่อบัญชีหอการค้าจังหวัดอุดรธานี ธนาคารไทยพาณิชย์ สาชาอุดรธานี บัญชีออมทรัพย์ 510-2-81767-0 โดยจะรวมรวมส่งช่วยเหลือให้กับทาง สปป.ลาว ต่อไป

เอกชนอุดรลงขันถอย“รถเมล์แอร์”6คันวิ่งพ.ย.นี้

สมาร์ทซีตี้ 3 สายกลางนครอุดรธานีสดใส “อุดรธานีพัฒนาเมือง”พ่อค้าท้องถิ่นลงขัน สั่งซื้อรถประกอบโรงงานจากจีน “จงตง” 6 คันๆละ 4 ล้าน มาวิ่งภายในพฤศจิกายนนี้แน่นอน นับต่ออีก 3 เดือนสายที่ 2 และ 3 เกิดตามมา หวังกระตุ้นศักยภาพเมืองไม่เน้นกำไร

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 ที่ห้องประชุมเวสสุวัณ อาคารเฉลิมพระเกียรติพัชรกิติยาภา เทศบาลนครอุดรธานี นายปิยะ โยมา ขนส่ง จ.อุดรธานี นายอิทธิพนธ์ ตรีวัฒนสุวรรณ นายก ทน.อุดรธานี , ประธานหอการค้า จ.อุดรธานี รองประธานสภาอุตสาหกรรม จ.อุดรธานี ร่วมเป็นสักขีพยานลงนามสัญญาระหว่าง พ.ท.วรายุส์ ตรีวัฒนสุวรณ กรรมการผู้จัดการ บ.อุดรธานีพัฒนาเมือง จก. กับ นายสมเกียรติ กิจเจริญ กรรมการบริหาร บ.ออโต้ ไลเนอร์ บีซ จก. เพื่อซื้อ-ขายรถโดยสารปรับอากาศ เพื่อนำมาวิ่งในโครงการ “สมาร์ทซิตี้บัสอุดรธานี”

พ.ท.วรายุส์ ตรีวัฒนสุวรณ กรรมการผู้จัดการ บ.อุดรธานีพัฒนาเมือง จก. กล่าวว่า เป็นความร่วมมือนักธุรกิจอุดรธานี ที่ต้องการสร้างศักยภาพเมือง มากกว่าการแสวงหาผลกำไรสูงสุด โดยตัดสินใจเดินรถเมล์ปรับอากาศ 3 สาย ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี ที่ไม่มีผู้ใดเสนอตัวมาลงทุน และเราได้เลือกใช้รถโดยสาร “จงตง” ประเทศจีน ที่มี บ.ออโต้ ไลเนอร์ บีซ จก. เป็นตัวแทนในประเทศไทย ด้วยการสั่งซื้อรถครั้งแรก 6 คัน ใช้พลังงานสะอาดก๊าซ เอ็นจีวี. กว้าง 2.5 ม. ยาว 9.9 ม. เป็นรถแบบชานต่ำ เพื่อให้เด็ก คนชรา และคนพิการ ใช้บริการได้สะดวกปลอดภัย

“ รถชุดแรกเมื่อส่งมอบจะใช้วิ่งในเส้นทาง จากแยกบายพาตบิ๊กซี-ยูดีทาว์น-เซ็นทรัล-บขส.1-ทุ่งศรีเมือง-ถนนศรีสุข-วัดโพธิสมภรณ์-บขส.2-สนามบิน ภายในพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ โดยระบบเสริมการเดินรถ อาทิ จีพีเอส. , ซีซีทีวี. , เครื่องเก็บเงินอัตโนมัติหรือการ์ด รวมไปถึงแอฟฟิเกชั่น แจ้งจุดรถวิ่งบนเส้นทาง และจะถึงป้ายจอดเวลาไหน ได้มอบหมายให้ทีมอุดรธานี ที่มีประสบการณ์เข้ามาพัฒนาระบบทั้งหมด ซึ่งการลงทุนอยู่ประมาณคันละ 4 ล้านบาท จากนั้นรถชุดที่สอง และสาม จะนำมาวิ่งในเส้นทางที่ 2 และ 3 ห่างไปอีกราว 3 เดือน ”

นายสมเกียรติ กิจเจริญ กรรมการบริหาร บ.ออโต้ ไลเนอร์ บีซ จก. กล่าวว่า บริษัทฯเป็นกิจการในเครือ “วิริยะ” เป็นตัวแทนจำหน่ายรถโดยสาร “จงตง” ประเทศจีน มีผลงานจำหน่ายรถโดยสารไปทั่วโลก โดยรถโดยสารของขอนแก่นซิตี้บัส ก็เป็นรถโดยสารของ “จงตง” ซึ่งมีบริการหลังการขาย งานเซอร์วิส และอะไหล่สำรองมากกว่า 10 ปี บริษัทฯมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ บ.อุดรธานีพัฒนาเมือง จก. เลือกใช้รถโดยสารของเราชุดแรก และในชุดที่เหลือต่อไป

นายปิยะ โยมา ขนส่ง จ.อุดรธานี กล่าวว่า “สมาร์ทซิตี้บัสอุดรธานี” 3 เส้นทาง รถรถโดยสารปรับอากาศแบบชานต่ำ ถือเป็นนิมิตรหมายใหม่ ในการเปลี่ยนแปลงเมือง ของคุณ บ.อุดรธานีพัฒนาเมือง จก. เพราะหากพึ่งภาครัฐขับเคลื่อน มันก็จะเกิดความล่าช้า โดยระบบขนส่งอัจฉริยะที่กำลังจะเกิดขึ้น ถือเป็นก้าวแรกของเมืองอุดรธานี ยกระดับขึ้นเป็นเมืองมาร์ทซิตี้ และไมส์ซิตี้ในอนาคตอันใกล้

นายธนันชัย สามเสน ประธานหอการค้า จ.อุดรธานี กล่าวว่า ทน.อุดรธานีเหมือนกับห้องรับแขก คอยต้อนรับผู้คนเดินทางมาเยือน และผ่านไปยังพื้นที่ต่างอำเภอ และจังหวัดใกล้เคียง เราเริ่มคุยกันเรื่องรถบริการสาธารณะ จากสนามบินเข้ามาในตัวเมืองอุดรธานี พยายามอยู่หลายมุมก็ยังติดขัด จนนำผลการศึกษารถเมล์แอร์ ทน.อุดรธานี มาผลักดันจนกรมการขนส่งให้เส้นทาง แต่ก็ไม่มีเอกชนรายใดเสนอตัว เพราะเห็นว่ามีผลกำไรต่ำ และเสี่ยงในช่วงเริ่มต้นมาก ทำให้นักธุรกิจในท้องถิ่นเราเอง มาลงขันร่วมลงทุนในครั้งนี้ เชื่อว่าจะมีแผนงานอื่นๆอีกที่ บ.อุดรธานีพัฒนาเมือง จก. จะเลือกหยิบขึ้นมาลงทุนอีก

เล็งออกหมายจับ 8 เจ้าหนี้ดอกเบี้ยโหดอุดร

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 23 กรกฎาคม ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ จากการกู้ยืมเงินโดยสัญญาที่ไม่เป็นธรรม กองกำกับการสืบสวน ภ.จว.อุดรธานี พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 , พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง รอง ผบช.ภ.4 , พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เรียกประชุมพนักงานสอบสวนมือดี เพื่อติดตามความคืบจัดการนายทุนดอกเบี้ยโหด โดยยังมีชาวบ้านทยอยเข้าแจ้งความเพิ่มเติม กับเจ้าหนี้เรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่ากฎหมายกำหนด รวมทั้งมีการทำสัญญากู้ยืมที่ไม่เป็นธรรม ที่มีนิติกรรมอำพรางจากนำที่ดินมาจำนองกู้เงิน แต่กลับกลายเป็นการขายฝาก จนทำให้ที่ดินของชาวบ้านถูกนายทุนยึดไป

หลังจากประชุมเสร็จ พล.ต.ท.สุรชัยฯ ผบช.ภ.4 และคณะ ได้ติดตามการสอบปากคำของชาวบ้าน ส่วนใหญ่เป็นลูกหนี้ของนายทุนเงินกู้ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี และ อ.หนองหาน ที่เป็นลูกหนี้นายทุนดอกเบี้ยโหดในเขต จ.อุดรธานี กว่า 80 คน โดยวันนี้มีนายทุนรายย่อยจำนวนหลายราย ที่ยอมเข้ามาเจรจาไกล่เกลี่ยกับลูกหนี้ และมีลูกหนี้บางรายถึงกับร้องไห้ ขอความช่วยเหลือจาก ผบช.ภ.4 เนื่องจากที่ดินที่นำไปจำนองถูกนายทุนยึดไป ทั้งที่มีการจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ยให้นายทุนมาโดยตลอดเป็นเวลาหลายปี

ขณะเดียวกันมีเจ้าหนี้รายหนึ่ง ที่เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา ในปฏิบัติการณ์ตรวจค้นบ้านนายทุนเงินกู้ 14 จุด เจ้าหนี้รายนี้ที่อยู่ใน ถ.ตำรวจ เขตเทศบาลนครอุดรธานี ไม่ให้ความร่วมมือตรวจค้น ห้ามผู้สื่อข่าวถ่ายภาพ และห้ามคณะตำรวจเข้าตรวจค้นในบ้าน รวมทั้ง พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 และตำรวจชั้นผู้ใหญ่อีกหลายนาย ได้มาพบ พล.ต.ท.สุรชัยฯ เพื่อมาขอโทษที่แสดงกิริยาไม่ดีในวันนั้น ซึ่งทาง พล.ต.ท.สุรชัยฯ บอกไม่ได้คิดอะไร แต่ก็ต้องถูกดำเนินการตามที่มีลูกหนี้ร้องเรียน และแจ้งความดำเนินคดี

พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 เปิดเผยว่า มาประชุมเร่งรัดติดตามว่า มีใครบ้างที่เป็นนายทุน มีใครที่เป็นลูกหนี้ของใคร โดยมีลูกหนี้เข้าแจ้งความเพิ่มขึ้นหลังปฏิบัติการณ์ ซึ่งขณะนี้รวบรวมเก็บพยานหลักฐานดำเนินการกับเจ้าหนี้ได้แล้ว 8 ราย โดยจะได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับ ในข้อหาต่าง ๆ เช่น ฉ้อโกงประชาชน กู้ยืมเงินโดยคิดดอกเบี้ยเกินกว่ากฎหมายกำหนด ประกอบธุรกิจกู้ยืมเงินโดยไม่ได้รับอนุญาต บางส่วนก็มีเรื่องการปลอมแปลงเอกสารสิทธิ จะสามารถขอออกหมายจับได้ในเร็ว ๆ นี้

“ เราต้องดำเนินการไปตามพยานหลักฐาน เรื่องคดีก็ต้องดำเนินการไป การไกล่เกลี่ยก็ว่ากันไป ส่วนที่มีการกู้ยืมเงินไปได้ดอกเบี้ยคุ้มทุนไปแล้ว ก็ควรจะคืนที่ดินให้ลูกหนี้ไป โดยออกค่าโอนให้ลูกหนี้ด้วย ซึ่งที่ จ.อุดรธานี มูลค่าหลักร้อยล้านมากกว่าที่ จ.ขอนแก่น ที่ทางตำรวจภาค 4 ดำเนินการไปก่อนหน้านี้ ทางเจ้าหน้าและลูกหนี้น่าจะเจรจากันรู้เรื่อง แต่ถ้าไม่รู้เรื่องเราก็จะดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา ถ้านายทุนให้ความร่วมมือก็จะได้เป็นเหตุบรรเทาโทษได้ โดยเฉพาะนายทุนที่ อ.หนองหาน ที่ไม่ให้ความร่วมมือ เราจะดำเนินการอย่างจริงจัง ”

พล.ต.ท.สุรชัยฯ กล่าวอีกว่า การดำเนินการช่วยเหลือลูกหนี้ จากการกู้ยืมเงินโดยสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ทาง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้ทางตำรวจภาค 4 เป็นโมเดลในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ตอบสนองนโยบายของรัฐบาล ผู้ที่ทำก็ต้องได้รับโทษ จนถึงสุดท้าย โฉนด เอกสารสิทธิ ที่ชาวบ้านสูญเสียไป ทางตำรวจจะติดตามคืนให้ โดยขณะนี้ยังมีชาวบ้านที่เข้ามาแจ้งความร้องทุกข์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีเจ้าหนี้รายย่อยมาพบตำรวจ เพื่อดำเนินการไกล่เกลี่ยไปแล้วจำนวนหลายราย

“ ผมขอฝากไปถึงนายทุนต่าง ๆ ถ้ายังไม่ถูกดำเนินคดีข้อหาหลัก แต่มีชาวบ้านมาติดต่อ ขอให้เข้ามาไกล่เกลี่ยกับลูกหนี้ได้ที่ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ จากการกู้ยืมเงินโดยสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ที่กองกำกับการสืบสวน ภ.จว.อุดรธานี เพื่อเป็นการคืนความสุขให้กับชาวบ้าน ท่านกินมาเยอะแล้ว อิ่มแล้ว ก็ขอให้คืนให้ชาวบ้านบ้าง ซึ่งในเร็ว ๆ นี้ จะมีการสนธิกำลังเข้าทำการตรวจค้นบ้านนายทุนต่าง ๆ ใน จ.อุดรธานี อีกครั้งหนึ่ง ”

นิทรรศการพระอัจฉริยภาพรัชกาลที่ 10

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เป็นประธานเปิดงานนิทรรศการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร 66 พรรษา 28 กรกฎาคม 2561 ระหว่างวันที่ 23-28 กรกฎาคม 2561 ณ หอประชุมอเนกประสงค์ อาคารกิจกรรมมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี จัดโดยมหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี ร่วมกับ สนง.วัฒนธรรมจังหวัดอุดรธานี เพื่อเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

ผศ.จรูญ ถาวรจักร์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี นำนายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี และคณะเยี่ยมชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร กล่าวถึง การทรงงาน และพระอัจฉริยภาพ 6 ด้าน ประกอบด้วย ด้านการกีฬา , ด้านการบิน , ด้านการทหาร , ด้านดนตรี , ด้านการขับร้อง และด้านการประพันธ์ , การสาธิตถ่ายทอดภูมิปัญญาพื้นบ้าน , และผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม ของชุมชนคุณธรรมน้อมนำเศรษฐกิจพอเพียง

6ล้อชนท้าย จยย.พ่วงท้ายขนไม้ไผ่ตกถนนพ่อแม่ลูกดับ

เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 17 กรกฎาคม ร.ต.อ.วุฒิชัย ชุดชาขำ รอง สว.(สอบสวน) สภ.กุดจับ จ.อุดรธานี รับแจ้งจากกู้ชีพ อบต.ตาลเลียน อ.กุดจับ ออกสอบสวนเหตุรถบรรทุก 6 ล้อ อีซูซุสีขาว ทะเบียน 83-7787 อุดรธานี ตกลงสระน้ำหน้าปั้มน้ำมัน ริมถนนกุดจับ-สุวรรณคูหา กม.12-13 ม.5 บ.นาสีนวล ต.ตาลเลียน อ.กุดจับ สภาพรถจมอยู่ในน้ำลึกราว 2 เมตร หงายท้องล้อชี้ฟ้า คาดว่ามีผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายใน ชาวบ้านและอาสาสมัครกู้ภัยทางหลวง ลงไปให้ความช่วยเหลือในความมืด และฝนยังตกลงมาเป็นระยะ

อาสาสมัครกู้ภัยทางหลวงในเวลามากกว่า 1 ชม. ในการใช้เชือกผูกติดกับประตู แล้วดึงให้ประตูหลุดออกมา พบมีผู้ติดอยู่ภายในเสียชีวิต 3 ราย ทราบชื่อภายหลังว่า นายถาวร เที่ยงอวน อายุ 47 ปี คนขับ นางผ่องศรี เที่ยงอวน 47 ปี และ น.ส.ฐิติมา เที่ยงอวน อายุ 18 ปี ทั้งหมดเป็นครอบครัวพ่อแม่และลูกสาว ก่อนจะทยอยนำศพออกมาที่ละราย พร้อมกับนำรถยกมาดึงรถบรรทุกขึ้นจากน้ำ โดยศพสุดท้ายน้ำขึ้นมาได้เมื่อ 06.30 น. ท่ามกลางความเศร้าสลดแก่ผู้สัญจรผ่าน

ตรวจที่เกิดเหตุพบรถสำหรับเข็นน้ำ หรือสิ่งของสีฟ้า สภาพพังเสียหายตกอยู่ริมถนน กระจัดกระจายอยู่กับไม้ไผ่ ขนาดเท่าแขนถูกตัดเป็นท่อนยาว 2 เมตร และพบทะเบียนรถจักรยานยนต์ คจท-381 ระยอง ตกอยู่บริเวณใกล้เคียง ร.ต.อ.วุฒิชัย ชุดชาขำ รอง สว.(สอบสวน) สภ.กุดจับ ได้ตรวจยึดป้ายทะเบียนรถ , รถเข็นน้ำ และไม้ไผ่ ไปเก็บรักษาไว้ที่ สภ.กุดจับ

สอบสวนทราบว่า นายถาวร ฯ ขับรถบรรทุกออกจากบ้านพร้อมครอบครัวราว 02.00 น. เพื่อเอายางก้อนถ้วยไปขายที่บ้านตาลเลียน หลังจากส่งยางก้อนถ้วยแล้ว ได้ขับขี่รถกลับ ก่อนจะถึงบ้านเพียง 4 กม. ก็ประสบอุบัติเหตุเฉี่ยวท้ายรถจักรยานยนต์ พ่วงรถเข็นน้ำบรรทุกไม้ไผ่ โดยไม่มีอุปกรณ์หรือแสงไฟเตือนรถพ่วง ที่วิ่งอยู่ด้านหน้าทำให้มองไม่เห็น จนรถบรรทุกเสียหลักตกลงสระน้ำข้างทาง โดยชายที่ขับขี่ จยย.บาดเจ็บเล็กน้อย อาศัยช่วงชุลมุนหลบไป

ร.ต.อ.วุฒิชัย ชุดชาขำ เปิดเผยว่า ป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์ คจท-381 ระยอง ที่ตกอยู่สันนิฐานว่าเป็นป้ายทะเบียนรถคู่กรณี ที่อาจจะถูกรถผู้ตายเชี่ยวชนด้านหลัง ทำให้ป้ายทะเบียนหลุดออกจากรถ โดยไม่มีร่องรอยการเบรก ประกอบกับช่วงนี้มีฝนตกลงมาทั้งวันและคืน ตำรวจจะตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริงต่อไป โดยมอบศพให้ญาติรับไปไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี

ไฟฟ้าอีสานบนค้านการแปรรูป 3จังหวัดชายแดนใต้

สหภาพแรงงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 1 อีสานตอนบน ยื่นหนังสือคัดค้านการแปรรูปองค์กรเป็นบริษัทในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แนะให้ศึกษารอบด้านหวั่นกระทบประชาชนค่าไฟฟ้าสูง และอนาคตของพนักงานไฟฟ้าจะเป็นอย่างไร จะถูกโอนจากรัฐวิสาหกิจเป็นพนักงานบริษัทหรือไม่

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 16 กรกฎาคม ที่โถงชั้น 1 อาคาร 1 ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี นางสายใจ ล่ามสมบัติ ประธานสหภาพแรงงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สาขาการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 1 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) จ.อุดรธานี และคณะเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าฯ 20 คน เข้ายื่นหนังสือขอคัดค้านแนวทางการบริหารจัดการด้านพลังงานไฟฟ้า ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ระบุส่งถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านนายเจษฎา ปานะถึก ผอ.กลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรม จ.อุดรธานี โดยมีการพูดคุยและทำความเข้าใจในจุดประสงค์ของการยื่นหนังสือ ไม่มีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ และไม่มีเหตุการณ์วุ่นวายใดใด

นางสายใจ ล่ามสมบัติ ประธานสหภาพแรงงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สาขาการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 1 (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า วันนี้เราเป็นตัวแทนพี่น้องชาวการไฟฟ้าฯ อีสานตอนบน เพื่อคัดค้านนโยบายการแปรรูป การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้กรณีจะโอนย้ายผู้ใช้ไฟฟ้าประมาณ 500,000 กว่าราย จากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ไปอยู่กับบริษัท RPS (Regional Power System Company) โดยอ้างความต้องการพลังงานไฟฟ้า และความมั่นคงต่อระบบจำหน่ายกระแสไฟฟ้า

“ สำหรับ RPS นั้น เป็นบริษัทที่จะตั้งขึ้นโดย กองทุนฯกระทรวงพลังงาน ถือหุ้น ร้อยละ 51,การไฟฟ้าภูมิภาค ถือหุ้น ร้อยละ 24.5 ,การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ถือหุ้น ร้อยละ 24.5 โดยจะนำ กฟภ. ในพื้นที่ 3 จังหวัด ไปรวมกับ กฟผ. และเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน เพื่อจัดตั้งเป็นบริษัทผลิตไฟฟ้าและขายให้ผู้ใช้ไฟโดยตรง โดยหุ้นในส่วนของกองทุนฯ กระทรวงพลังงาน ร้อยละ 51 จะโอนให้เครือข่ายวิสาหกิจชุมชน คือ วิสาหกิจชุมชนยะลา,ปัตตานีและนราธิวาส โดยมีโรงไฟฟ้าชีวมวลชีวภาพเดิม ประมาณ 112.5 เมกกะวัตต์ อยู่ในความดูแล หรือต่อไปอาจก่อสร้างเพิ่มเติมเป็นของวิสาหกิจชุมชนเอง ”

นางสายใจฯ เปิดเผยอีกว่า เราทราบข่าวมาว่านโยบายดังกล่าวดำเนินการมามากพอสมควรแล้ว แต่เรามองเห็นว่ามันไม่ชัดเจน ยังไม่มีการศึกษาข้อมูลที่ถ่องแท้ เราจึงอยากให้ทางรัฐบาลพิจารณาเรื่องนี้ ดูรายละเอียด ดูเรื่องผลกระทบในทุกส่วน อีกมุมหนึ่งเราห่วงองค์กร ห่วงพนักงาน ซึ่งพนักงานใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้กำลังระส่ำระสาย เกรงว่าถ้ารัฐบาลตั้ง บ.RPS โดยกระทรวงพลังงานขึ้นมาแล้วพวกเขาจะอยู่ยังไง พวกเขาจะตกไปเป็นพนักงานบริษัทหรือไม่ และห่วงที่สุดคือสมบัติของการไฟฟ้าที่อยู่ในพื้นที่ เช่น สายส่ง เสาไฟฟ้า สายไฟฟ้า ระบบจำหน่าย สถานีไฟฟ้า สิ่งเหล่านี้ถือเป็นสมบัติของชาติ ซึ่งจะตกไปเป็นของบริษัทหรือไม่

“ ทราบดีว่าในพื้นที่ดังกล่าวมีการบริหารงานที่ขาดทุนอยู่แล้ว หากเป็นในรูปแบบบริษัทอาจจะต้องมีการเพิ่มค่าไฟฟ้าในอนาคต ปัจจุบันเราบริหารโดยการเอากำไรจากเขตอื่นไปช่วยเหลือในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าเป็นรูปแบบบริษัทแล้วทางรัฐบาลต้องทำให้พวกเรามั่นใจว่าประชาชนอยู่ได้ พนักงานอย่างเราก็จะอยู่ได้เหมือนกัน เราจึงมีจุดมุ่งหมายที่จะคัดค้านนโยบายนี้ ซึ่งเป็นการยื่นหนังสือลงรายชื่อผู้บริหาร พนักงาน พร้อมกันทั้ง 12 เขต ทั่วประเทศ เพื่อแสดงเจตนารมณ์ แสดงพลังร่วมกัน ”

แก้7จุดเสี่ยงถนนหนองหานอดีตแชมป์ตายปี 60

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 16 กรกฎาคม ณ ห้องประชุมมรดกโลก ที่ว่าการอำเภอหนองหาน จ.อุดรธานี จัดให้มีการประชุมสัญจรคณะทำงาน “ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ความปลอดภัยทางถนนอำเภอหนองหาน” มีนายนายธนพล จันทรนิมิ รอง ผวจ.เป็นประธาน และนายธีรภัทร ผิวสวัสดิ์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอุดรธานี , นายอุเทน หาแก้ว รองสาธารณสุข จ.อุดรธานี นำคณะทำงานจากจังหวัด ร่วมประชุมกับคณะทำงานในพื้นที่ อ.หนองหานทั้งภาครัฐ เอกชน และอาสาสมัคร เพื่อร่วมกันวิเคราะห์แก้ไข “จุดเสี่ยง” เป็นอำเภอที่สอง หลังจากอำเภอบ้านผือดำเนินการเป็นอำเภอแรก

โดยรายงานสถิติอุบัติเหตุของ จ.อุดรธานี ตั้งแต่ 1 ต.ค.60-16 ก.ค.61 ในพื้นที่อุดรธานีเกิดอุบัติเหตุแล้ว 12,210 ครั้ง บาดเจ็บ 14,732 และเสียชีวิต 294 ราย คิดเป็น 18.66 คนต่อแสนประชากร เกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 18 คนต่อแสนประชากร โดย อ.บ้านผือ มีค่าเฉลี่ยสูงสุดที่ 27.25 คนต่อแสนประชากร ส่วน อ.หนองหาน ที่เคยอยู่อันดังสูงสุด 44.44 คนต่อแสนประชากร ถึงขณะนี้เสียชีวิตไปแล้ว 25 ราย อยู่อันดับที่ห้า 21.37 ต่อแสนประชากร โดยในเดือน มิ.ย.และ ก.ค.นี้ ยังมี่ผู้เสียชีวิต

ที่ประชุมได้รายงานสถิติที่สอดคล้องกับ “โครงการตำบลต้นแบบ” ที่องค์กรปกครองท้องถิ่น จะต้องออกมาแก้ไขปัญหาร่วมกัน ระบุว่า ต.สร้อยพร้าว มีสถิติการเสียชีวิตสูงสุดถึง 50.25 ต่อแสนประชากร รองลงมาคือ ต.หนองเม็ก 33.26 , ต.โพนงาม 28.88 , ต.สะแบง 24.71 , ต.หนองหาน 23.43 , ต.บ้านเชียง 17.17 , ต.หนองสระปลา 16.84 , ต.พังงู 10.67 และ ต.หายโสก ต.ผักตบ ต.บ้านยา ยังไม่มีผู้เสียชีวิต

อีกทั้งกำหนดจุดเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุบ่อย 7 แห่ง เพื่อวิเคราะห์สาเหตุหาทางแก้ไข ประกอบด้วย 1.ถนนอุดร-สกล ต.โพนงาม หน้า รร.นิคมหนองตาล ปัญหาทางลักผ่าน/ย้อนศร , 2.ถนนอุดร-สกล ต.ผักตบ สี่แยกบ้านผักตบ ปัญหาทางลักผ่าน , 3.ถนนอุดร-สกล ต.หนองหาน สี่แยกบ้านดงโพนยอ ปัญหาทางลักผ่าน ,4.ถนนอุดร-สกล ต.หนองหาน หน้าปั้มปตท. ปัญหาทางลักผ่าน/ถนนมืด , 5.ถนนอุดร-สกล ต.หนองเม็ก สี่แยกบ้านหนองเม็ก ปัญหาย้อนศร/ทางลักผ่าน , 6.ถนนหนองหาน-เพ็ญ ต.สร้อยพร้าว หน้า รร.บ้านสร้อยพร้าว ปัญหาสี่แยกเลี้ยวตัดหน้ากระชั้นชิด และ 7.ถนนหนองหาน-กุมภวาปี ต.พังงู สี่แยกบ้านขาวัว ปัญหารถชนท้าย

« Older Entries