Category Archives: Local News

สตง.สั่งชะลอจ่ายงวดสุดท้ายพัฒนาทุ่งศรีเมืองอุดร

ผู้สื่อข่าวรายงานข่าวจาก จ.อุดรธานี ว่าที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอเมืองอุดรธานี นางสาวอรนุช ศรีนนท์ ผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เขตตรวจราชการที่ 10 เป็นประธานประชุมคณะกรรมการธรรมาภิบาล (กธจ.) อุดรธานี ครั้งที่ 1/2561 โดยมีนายธนัชชัย สามเสน ประธานหอการค้า จ.อุดรธานี ในฐานะรองประธาน กธจ.อุดรธานี นำคณะกรรมการฯ , หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และที่ปรึกษา เข้าร่วมประชุมติดตามตรวจสอบงานรวม 11 โครงการ ขณะเดี่ยวกันมีป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)เขต 4 เข้าร่วมประชุมด้วย

ที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาทั้ง 11 โครงการ โดยตั้งข้อสอบถามในแต่ละโครงการ ให้หน่วยงานผู้รับผิดชอบโครงการชี้แจง และสอบถามเพิ่มเติมจากหน่วยงานตรวจสอบ อาทิ สนง.ตรวจสอบภายใน จ.อุดรธานี , สนง.ตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) จ.อุดรธานี , สนง.ปปท.เขต 4 และองค์กรตรวจสอบอื่นๆ ทั้งนี้ที่ประชุมได้มีทั้งข้อสังเกต ข้อสอบถามเพิ่มเติม และมีความเห็นให้สอดส่องดูแลทั้ง 11 โครงการ จากนั้นเดินทางลงพื้นที่สนามทุ่งศรีเมือง 1ใน 11 โครงการ ที่ กธจ.อุดรธานี ตรวจสอบ

นายธนัชชัย สามเสน ประธานหอการค้า จ.อุดรธานี ในฐานะรองประธาน กธจ.อุดรธานี เปิดเผยว่า กธจ.อุดรธานี เป็นอีกช่องทางของการตรวจสอบ การปฏิบัติหน้าที่และใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ ที่ได้ร่วมกันทำหน้าที่มาต่อเนื่อง ครั้งนี้ได้รับทราบข้อมูล จากคำชี้แจงและตอบคำถาม ที่ยังต้องติดตามสอดส่องกันต่อไป สำหรับงบเพิ่มศักยภาพเมือง หรืองบพัฒนาทุ่งศรีเมืองอุดรธานี วงเงิน 70 ล้านบาท ที่ กธจ.อุดรธานี มีความเป็นห่วงเป็นใย จากเสียงวิพากษ์วิจารณ์ จึงหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาตรวจสอบ

“ กธจ.อุดรธานี มีความเป็นห่วงในหลายประเด็น อาทิ การใช้จ่ายงบพัฒนาทุ่งศรีเมือง เกิดขึ้นหลายครั้งอย่างต่อเนื่อง ยังขาดการการทำแผนพัฒนาที่ชัดเจน ว่าจะดำเนินการอย่างไรแบบไหน , การรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน เนื่องจากเป็นพื้นที่ส่วนร่วมของจังหวัด กรอบของการรับฟังความคิดเห็น น่าจะครอบคลุมมากกว่าที่ผ่านมา และความคุ้มค่าของงบที่ทุ่งเทลงมา โดยวันนี้มี จนท.จาก สนง.โยธาธิการและผังเมืองอุดรธานี เจ้าของโครงการ และ จนท.จาก ทน.อุดรธานี กรรมการตรวจรับมอบงานร่วม มาชี้แจงตอบข้อซักถาม

รองประธาน กธจ.อุดรธานี เปิดเผยอีกว่า ได้รับแจ้งว่าโครงการพัฒนาทุ่งศรีเมือง คณะกรรมการฯได้ตรวจรับมอบงานไปแล้ว ส่วนที่เสียหายยังอยู่ในประกัน ผู้รับจ้างจะต้องมาซ่อมแซมแก้ไข แต่ สตง.อุดรธานี มีความเห็นให้ชะลอการจ่ายเงินงวดสุดท้าย เพื่อทบทวนในรายละเอียดของเนื้องาน และรอการตรวจสอบของ สตง.อุดรธานี เมื่อ สตง.ตรวจสอบอยู่แล้ว กธจ.อุดรธานี ก็ไม่ได้ขอให้เพิ่มเติมส่วนไหน แต่ยังคงติดตามสอดส่องต่อเนื่อง

ชาวอุดรร่วมปลูกต้นไม้ประชารัฐร่วมใจที่ภูฝอยลม

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 24 พฤษภาคม ที่บริเวณผืนป่ารอบโครงการท่องเที่ยวเชิงนิเวศภูฝอยลม ฝั่งทิศใต้ ต.ทับกุง อ.หนองแสง นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมปลูกต้นไม้ ตามโครงการ “ประชารัฐร่วมใจ ปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน” เนื่องในวันต้นไม้แห่งชาติประจำปี 2561 ซึ่งจัดกิจกรรมขึ้นโดย จ.อุดรธานี ร่วมกับ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 อุดรธานี ทหารมณฑลทหารบกที่ 24 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ภาคเอกชน นักเรียน นักศึกษา ในพื้นที่ 50 ไร่ มีต้นไม้ที่ปลูก 10 ชนิด จำนวน 10,000 ต้น อาทิ เช่น ยางนา , พะยอม , ตะเคียนทอง , มะค่าโมง , กันเกรา(มันปลา) , พิลังกาสา , พญาเสือโค่ง , สีเสียดเปลือก , รางผึ้ง(ต้นไม้ประจำ ร.10) และต้นเภกา ฯลฯ

นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักบริหารพื้นที่ 10 อุดรธานี กล่าวถึงความเป็นมาของโครงการว่า จังหวัดอุดรธานีและหน่วยงานที่สังกัดในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้น เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และเป็นการรณรงค์ ส่งเสริมให้หน่วยราชการภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ร่วมกันปลูกต้นไม้เพื่อเป็นการเสริมความรัก สามัคคี ร่วมกันทำความดีเพื่อประเทศชาติ ตามพระราโชบายฯ

นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า กิจกรรมการปลูกต้นเนื่องในวันต้นไม้แห่งชาติ ตามโครงการประชารัฐร่วมใจ ปลูกต้นไม้ให้แผ่นดินครั้งนี้ว่า เป็นการดำเนินงานเป็นปีที่ 2 เป็นความร่วมมือของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและกระทรวงมหาดไทย ในการทำกิจกรรมการปลูกป่าประชารัฐร่วมใจ ปลูกต้นไม้ให้แผ่นดินฯ โดยมีเป้าหมายที่จะปลูกต้นทั่วประเทศทั้ง 77 จังหวัด โดยเริ่มโครงการในวันที่ 23 พฤษภาคม 61 ถึงวันที่ 30 กันยายน 61 โดยมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ปลูกป่านำร่องที่จังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ 23 พ.ค.61 ทั้งนี้หลังจากไปทางกระทรวงทรัพย์ฯ จะทำหน้าที่ส่งเสริมสนับสนุนให้มีการปลูกป่าทั้งในพื้นที่ของรัฐ และเอกชน หรือพื้นที่ส่วนตัวของประชาชนทั่วไป ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

“ กรมป่าไม้และทุกกรมที่สังกัดอยู่ในกระทรวงทรัพย์ฯ ได้เตรียมพันธุ์กล้าไม้ไว้แจกจ่ายประชาชนทั่วไปแล้ว 50 ล้านต้น ประชาชนที่ต้องการพันธุ์กล้าไม้ สามารถไปติดต่อขอพันธุ์กล้าไม้ได้ที่สถานีเพาะชำในพื้นที่ได้ทุกแห่ง ทั้งให้การส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปช่วยกันปลูกป่าในพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม ที่ทางกระทรวงดูแลรับผิดชอบอยู่จำนวน 102 ล้านไร่ และอีกส่วนหนึ่งเป็นป่าเสื่อมโทรมที่กระทรวงฯได้ทวงคืนจากนายทุนมา โดยมีประชาชนมีส่วนร่วมหรือ โครงการประชารัฐร่วมใจฯ ”

นายวิจารย์ฯ กล่าวอีกว่า โครงการฯดังกล่าวจะมีทุกหน่วยงาน ทุกกรม ที่สังกัดอยู่ในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะคอยให้การสนับสนุนพันธุ์กล้าไม้ทุกประเภท พันธุ์กล้าไม้ท้องถิ่น พันธุ์ไม้กินได้ ปลูกในพื้นที่ป่าชุมชน และในป่าเสื่อมโทรม โดยให้ประชาชนทุกมีส่วนร่วมในโครงการด้วยทุกพื้นที่ ทั้งนี้รัฐบาลได้ให้ความสำคัญต่อป่าชุมชนที่เสื่อมโทรม ที่ได้ผ่านความเห็นชอบจาก ครม.แล้ว เพื่อให้ประชาชนใกล้เคียวผืนป่า เข้ามาช่วยกันปลูกเสริม และรับผิดชอบดูแลร่วมกันอนุรักษ์ และใช้ประโยชน์ร่วมกันแบบยั่งยืน

“ ส่วนการปลูกต้นไม้หวงห้ามบางชนิด เช่น พยุง ยางนา ในพื้นที่เอกชนแล้วไม่สามารถตัดได้หรือตัดได้ก็ต้องมีการขออนุญาตหลายขั้นตอน ที่อยู่ในพื้นที่ป่าเศรษฐกิจของเอกชน ในขณะนี้ทางกระทรวงทรัพย์ฯก็กำลังอยู่ในระหว่างแก้กฎหมาย พ.ร.บ.2484 ซึ่งหลังจากมีผลบังคับใช้ ประชาชนก็สามารถตัดโค่นได้ และจะมีการนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่ เข้ามาใช้ในการขออนุญาตในอนาคต ซึ่งอยู่ในแผนการขับเคลื่อนของทางกระทรวงทรัพย์ฯในอนาคต ซึ่งอยู่ในแผนการขับเคลื่อนของทางกระทรวงทรัพย์ฯ ”

ยาย78หนีคู่แข่งเปิดร้านชำกลางคืนถูกวิ่งราว

อันตรายโจรอุดรธานีออกล่าเหยื่อ คนแก่เฝ้าร้านของชำตอนกลางคืน หนีการแข่งขันในช่วงกลางวัน รายแรกเคยถูกคนร้ายวิ่งราว ยังดิ้นเปิดร้านหาเลี้ยงตัวต่อ แต่ต้องซื้อขายผ่านลูกกรงเหล็ก ร้านล่าสุดเคยถูกวิ่งราวมาแล้ว 2 ครั้ง ติดกล้องวงจรปิดขู่คนร้ายก็ไม่ได้ผล

เมื่อเวลา 04.15 น. วันที่ 25 พฤษภาคม ร.ต.ท.หญิง วรรณภา พรมบัญชา ร้อยเวร สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งออกไปสอบสวนเหตุวิ่งราวทรัพย์ ร้านขายของชำเลขที่ 55/5 ซอยหน้าวัดโพธิวราราม ถ.โพศรี ทน.อุดรธานี พร้อมกับ ร.ต.ท.เจริญชัย นิกูลกาญจน์ รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี ร.ต.ท.สมพร จันลอย รอง สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี ซึ่งเป็นร้านอยู่ติดกับร้านขายของชำ ที่เจ้าของร้านถูกคนร้ายวิ่งราวกระเป๋าเงิน เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา

พบกับนางทิน ฮาหว่างถิ อายุ 78 ปี เจ้าของร้าน และนายกรภู เรืองฤทธิผล อายุ 42 ปี ลูกชาย นำตรวจสอบกล้องจรปิดของร้าน ระบุเวลา 04.01 น. คนร้ายเป็นชาย 1 คน รูปร่างสันทัด หน้าตาดี อายุ 25-30 ปี สวมหมวกแก๊ปสีกรมท่า เสื้อยืดสีน้ำเงิน กางเกงยีนส์ขาสามส่วน รองเท้าผ้าใบสีดำแถบพื้นสีขาว สะพายกระเป๋าหนังสีดำ ขี่ จยย.ฮอนด้า สกูปปี้ ไอ สีแดง-ขาว ไม่เห็นป้ายทะเบียน จอดลงมาเลือกเครื่องดื่มในตู้แช่ ยืนสูบบุหรี่เดินไปมา และพูดคุยกับเจ้าของร้านกว่า 6 นาที ก่อนก้มลงยกเอากล่องเหล็กใส่เงิน มีทั้งเหรียญและธนบัตร รวมกว่า 4,000 บาท วิ่งขึ้นรถที่ติดเครื่องหลบหนีมุ่งหน้าไป

นางทิน ฮาหว่างถิ ให้การว่า เปิดร้านขายของชำมากว่า 7 ปี โดยต้องเปิดขายช่วงกลางคืน เพราะกลางวันขายของไม่ได้ เคยถูกคนร้ายวิ่งราวมา 3 ครั้ง ตำรวจจับคนร้ายได้ 2 ครั้ง จนต้องติดกล้องวงจรปิด ครั้งนี้ขณะนั่งขายของอยู่หน้าร้าน ลูกชายนอนหลับอยู่ในร้าน เพื่อเตรียมไปทำงานตอนเช้า คนร้ายขี่ จยย.มาจอดไม่ดับเครื่อง เดิมมาเปิดตู้แช่แต่ไม่เอาอะไร เดินเข้าออกไปมาและสูบบุหรี่ ก่อนจะเข้ามาพูดคุยต่อรอง ขอซื้อเชื่อเบียร์ 1 ลัง และบุหรี่ อ้างว่ากระเป๋าเงินอยู่กับเพื่อน นั่งกินลาบเป็ดอยู่ที่ร้านห่างไป 100 เมตร แต่ยายให้กลับไปเอาเงินมาซื้อ คนร้ายจึงก้มลงมา คว้าเอากล่องใส่เงินวิ่งหลบหนีขึ้นรถ จยย.ขับหลบหนีไป

ขณะที่ นางทองแดง อารีญาติ อายุ 63 ปี เจ้าของร้านขายของชำติดกัน ก็ถูกวิ่งราวกระเป๋าเงิน เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา และตำรวจจับกุมคนร้ายได้แล้ว จากหลักฐาน ซีซีทีวี.ชุมชน ได้เปิดร้านขายของตามปกติ แต่ในช่วงกลางคืนจะซื้อขายผ่านลูกกรงเหล็ก ป้องกันคนร้ายก่อเหตุวิ่งราวซ้ำ แต่ก็มาเกิดกับร้านข้างๆ ยอมรับว่า ยังต้องยอมอดหลับอดนอน เปิดร้านขายของตอนกลางคืน เหมือนกับร้านข้างๆ เพราะกลางวันไม่มีลูกค้า แข่งกับร้านสะดวกซื้อที่ราคาแพงกว่า

ร.ต.ท.เจริญชัย นิกูลกาญจน์ รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า ขอเตือนภัยร้านขายของชำที่เปิดขายกันช่วงกลางคืน อย่าปล่อยให้คนสูงวัยขายของอยู่ตามลำพัง เนื่องจากคนร้ายบางทีไม่ใช่มืออาชีพ เห็นคนแก่นั่งอยู่คนเดียว เลยเกิดความคิดอยากได้ หรือความคิดชั่ววูบ เหมือนกับเหตุการณ์วันนี้ก็เช่นเดียวกัน หากค้าขายช่วงกลางคืน ควรมีเพื่อนหรือบุตรหลานนั่งขายอยู่ด้วย ระมัดระวังไม่ให้คนร้ายหยิบฉวยทรัพย์สินได้โดยง่าย

จับไอ้เป๋เนรคุณมอมเหล้างัดบ้านช่างหูดับ-ลิ้นไก่สั้น

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 24 พฤษภาคม พ.ต.อ.วิบูลย์ วงศ์ก้อม รอง ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พร้อมชุดสืบสวน ภ.จว.อุดรธานี และสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ร่วมแถลงข่าวการจับกุม นายกีรติ หรืออาร์ต เพ็ญทองดี อายุ 22 ปี ชาว ต.หมากแข้ง เทศบาลนครอุดรธานี พร้อมของกลาง คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊กเอเซอร์ 1 เครื่อง แท็ปเล็ตยี่ห้อซัมซุง 2 เครื่อง โทรศัพท์ซัมซุง แกเเล็คซี่ 1 เครื่อง และรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สกู๊ปปี้-ไอ สีเขียว-ส้ม ทะเบียน 1กถ-8544 อุดรธานี และรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ ไอ 110 สีขาว-ดำ ไม่ติดแผ่นป้าย กล่าวหา “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน”

พ.ต.อ.วิบูลย์ วงศ์ก้อม เปิดเผยว่า เมื่อคืนวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา นายกีรติฯผู้ต้องหา ร่วมกับนายจูเนียร์ อายุ18 ปี ที่อยู่ระหว่างการหลบหนี เข้าไปโจรกรรมทรัพย์สินของนายพรเทพ สืบนุสรณ์ อายุ 46 ปี หรือช่างเปิ้ล ช่างพิการหูหนวก ลิ้นไก่สั้นพูดไม่ชัด ในร้านร้านซ่อมคอมพิวเตอร์-มือถือ เลขที่ 59/11 ซ.ต้อยลาบเป็ด ถ.ศรีชมชื่น ต.หมากแข้ง ทน.อุดรธานี เป็นทรัพย์สิน และของที่นำมาซ่อม ซึ่งกล้องวงจรบันทึกภาพไว้ได้ และผู้เสียหายจำคนร้ายได้อย่างชัดเจน

“ ตำรวจจับกุมนายกีรติ หรืออาร์ต เพ็ญทองดี ได้ที่บ้านพัก พร้อมรถจักรยานยนต์ใช้ก่อเหตุ ก่อนนำตำรวจไปบ้านนายจูเนียร์ฯ เพื่อนรุ่นน้องที่ร่วมก่อเหตุ แต่ไหวตัวหลบหนีไปก่อน ตรวจยึดของกลางที่ขโมยมาภายในห้องนอน และรถจักรยานยนต์ของนายจูเนียร์ฯ ที่ใช้ในการก่อเหตุมาอีก 1 คัน ควบคุมตัวพร้อมของกลางมา สภ.เมืองอุดรธานี สอบสวนทราบว่า นายอาร์ตฯเคยถูกจับคดี “เสพยาบ้า และลักทรัพย์” ตั้งแต่เป็นเยาวชนหลายครั้ง ล่าสุดพ้นโทษออกมาเมื่อ ต.ค.2560 ”

นายพรเทพ สืบนุสรณ์ หรือช่างเปิ้ล อายุ 46 ปี ได้มอบดอกไม้ขอบคุณตำรวจ ที่สามารถนำทรัพย์สินของลูกค้า ที่เอามาซ่อมกลับคืนมาได้ พร้อมระบุว่ารู้จักผู้ต้องหา เพราะเคยเอาโทรศัพท์มือถือมาซ่อม และไปมาหาสู่กับเหมือนญาติ แม้จะเคยขโมยของที่ร้านไปก็ไม่เอาเรื่อง เพราะนายอาร์ตฯประสบอุบัติเหตุรถ จยย.ล้ม ขาหัก 2 ท่อนต้องดามเหล็กรักษาเป็นปี แต่ครั้งนี้จะขอเอาเรื่อง เพราะไม่กี่วันก็มาขอเงินเติมน้ำมัน และวันเกิดเหตุก็ชวนไปเลี้ยงเบียร์ 5 ขวด แต่กลับตามมาขโมยของที่ร้าน ขณะที่ตัวเองเมาหลับ ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย

ปิกอัพโตโยต้าบอร์นเทาเติมน้ำมันเต็มถังซิ่งหนี

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 23 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการแชร์ภาพคลิปวิดีโอจาก เจ้าของปั้มน้ำมัน หจก.กริชชัยเซอร์วิส ตั้งอยู่บ้านหนองขาม ถ.นิตโย อุดร-สกลนคร ต.หนองบัว อ.เมือง จ.อุดรธานี ใช้ชื่อว่า Doychai Sithiprom ได้โพสต์ข้อความพร้อมคลิป ลงในเพจ “อุดรมีด่าน มีข่าว มีหมอลำ งานบุญ มีเหตุการณ์ต่างๆบอกด้วย” โดยเป็นภาพกล้องวงจรปิดของปั้มน้ำมัน ที่บันทึกเหตุการณ์ มีรถกระบะมาเติมน้ำมันเต็มถัง หลังเด็กปั้มเติมให้เสร็จเรียบร้อย คนขับรถกระบะได้ขับรถหนีออกไปทันที โดยไม่จ่ายเงิน

ซึ่งข้อความระบุว่า “รบกวนด้วยครับพิกัด ปตท กริชชัย เซอรวิส ทางออกสกล (หนองขามอุดร) เวลาประมาณ 02.34 น.วันที่23/05/2018 รถคันดังกล่าวเข้ามาเติมน้ำมันแล้วหนี ภาพในคลิปตัดสั้นลงนะครับ เพื่อให้เห็นลักษณะรถ เพราะจากเหตุการณ์คลิปจะยาว เพราะขับรถเข้ามาจอดแล้วยังไม่เติมแต่จอดนานทำทีโทรศัพท์ จากนั้นสั่งเติมเต็มถัง เมื่อเติมเสร็จ บอก พนง. ว่าจะไปกดตัง แต่ขอเลื่อนรถขยับออก แล้วก้อหนีไปเลย แจ้งความแล้ว”

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังปั้มน้ำมันดังกล่าว เพื่อขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติมของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พบ น.ส.ทยานันท์ แก้วสีลัง อายุ 35 ปี ผู้จัดการปั๊ม ให้ข้อมูลว่า เหตุการณ์กังกล่าวเกิดขึ้นเวลาประมาณ 02.39 น.ของวันที่ 23 พฤษภาคม โดยมีชายหน้าตาดี อายุประมาณ 25-35 ปี รูปร่างผอม สูงประมาณ 160 ซม. แต่งตัวดี สวมหมวกแก๊ปสีดำ พูดสำเนียงภาคกลาง ได้ขับรถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า ไฮลักซ์ ไมท์ตี้เอ็กซ์ สีบรอนซ์เทา จำหมายเลขทะเบียนไม่ได้ ได้ขับเข้ามาในปั้ม แต่ยังไม่เติมน้ำมัน

โดยคนร้ายได้จอดรถทำทีเป็นโทรศัพท์อยู่ประมาณ 5 นาที ก่อนจะสั่งให้เด็กปั้มเติมน้ำมันดีเซลเต็มถัง รวมเป็นเงิน 1,450บาท เมื่อเติมเสร็จ เด็กปั้มเดินไปขอเก็บเงิน แต่ชายคนร้ายบอกว่า เดี๋ยวจะไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มที่หน้าปั้มก่อน โดยคนร้ายได้ขับรถไปจอดหน้าตู้เอทีเอ็ม ข้างร้านสะดวกซื้อใกล้ทางออกปั๊มน้ำมัน

จากนั้นคนร้ายเปิดประตูรถ เดินลงจากลงไปที่ตู้ เอทีเอ็ม. ใช้เวลาไม่นาน ก็เดินกลับมาขึ้นรถ แล้วขับรถหนีออกไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่จ่ายค่าน้ำมัน ซึ่งเด็กปั้มได้โทรแจ้งทางผู้จัดการ ก่อนเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองอุดรธานี ซึ่งทางเจ้าของปั้ม ได้นำคลิปวงจรปิด โพสต์ลงในเฟซบุ๊ก เพื่อเป็นการเตือนภัยเจ้าของปั๊มน้ำมันในแพื้นที่ใกล้เคียง ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ และช่วยแจ้งเบาะแสมิจฉาชีพรายนี้ เพื่อให้ตำรวจติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป

“ศรีตรัง”เข้มรถขนยางติดถังพัก100เปอร์เซนต์

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี มาเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ที่โรงงานผลิตยางแท่ง บ.ศรีตรัง แอโกรอินดรัสทรี จก(มหาชน) สาขาอุดรธานี ถ.นิตโย ต.หนองนาคำ อ.เมือง นายวัชรินทร์ สุตลาวดี นายอำเภอเมืองอุดรธานี นางพาขวัญ กาจหาญ อุตสาหกรรม จ.อุดรธานี ร่วมเปิดงาน “บรรทุกยาง ติดราง สร้างร้อยยิ้ม” ปีที่ 2 มีนายพรศักดิ์ ไพศาล ผู้จัดการโรงงาน นำผู้ประกอบการลานรับซื้อยาง และขนส่งยาง รับฟังแนวทางการปฏิบัติจาก สนง.ขนส่ง จ.อุดรธานี , แขวงการทาง , และตำรวจทางหลวง อุดรธานี ในการเข้มงวดกวดขันจับปรับหากฝ่าฝืน

นายพรศักดิ์ ไพศาล ผู้จัดการโรงงาน นำคณะดูแผนการทำงานการณรงค์ ให้ผู้ประกอบการปรับปรุงรถบรรทุก ให้มีถังเก็บน้ำยางเหม็น หรือน้ำเซรั่ม ไม่ให้รั่วไหลจากรถบรรทุกลงสูงถนน การใช้ผ้าใบปิดมิดชิดป้องกันกลิ่น และการสนับสนุนให้เกษตรกร ใช้กรดอินทรีย์ทำให้ยางก้อนถ้วยแข็งตัว แทนรถอนินทรีย์ที่มีสารตกค้าง เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และกระทบสิ่งแวดล้อม ด้วยการแจกชุดทดสอบให้ลานรับซื้อ และขายกรดอินทรีย์ราคาต้นทุนให้เกษตรกร ทำให้ลดการใช้กรดอนินทรีย์จาก 80 เปอร์เซ็นต์ มาเป็น 50 เปอร์เซ็นต์

ขณะที่ผู้ประกอบการได้นำรถบรรทุก 10 ล้อ และ 10 ล้อพ่วง และรถปิกอัพ ที่ปรับปรุงให้เป็นรถบรรทุก “ยางก้อนถ้วน” มาจอดเพื่อรับการตรวจสอบ โดยรถบรรทุกและพ่วงท้าย กระบะท้ายจะเป็นระบบปิด ไม่ให้น้ำเซรั่มไหลออกจากตัวรถ โดยจะต่อท่อจากใต้ท้องกระบะ ให้น้ำเซรั่มไหลมาตามท่อ ไปลงที่ถึงพักขนาด 500 ลิตร และ 700 ลิตร เพียงพอสำหรับเก็บน้ำเซรั่ม เอามาทิ้งในระบบบำบัดของโรงงาน ขณะที่รถปิกอัพมีถังเก็บขนาด 20 ลิตร หลังตรวจได้มอบสติ๊กเกอร์ให้

นายพรศักดิ์ ไพศาล ผู้จัดการโรงงานฯ กล่าวว่า กลุ่ม บ.ศรีตรัง ดำเนินธุรกิจยางพาราครบวงจร ติดต่อกันมากว่า 31 ปี สาขาอุดรธานีเป็นโรงงานยางแท่ง ตามนโยบายของบริษัทฯในการเป็น “องค์กรแห่งยางสีเขียว” ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติ สะอาด ปลอดภัย ปราศจากสิ่งเจอปน ผ่านกระบวนการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังผลักดันให้เกษตรกรผลิตยางไม่มีสิ่งเจือปน โครงการ“บรรทุกยาง ติดราง สร้างร้อยยิ้ม” เป็นหนึ่งในแผนงานสร้างรอยยิ้มให้ชุมชน และลดอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการ

“ บริษัทศรีตรังฯภาคอีสาน 9 โรง กำหนดให้รถบรรทุกยางก้อนถ้วย ต้องเป็นรถบรรทุกมีมาตรฐาน ติดตั้งรางและถังพักน้ำเซรั่ม มีวาล์วปิดเปิดให้ไหลออก และมีผ้าใบคลุม รถที่ผ่านมากตรวจสอบจะมอบสติ๊กเกอร์ติดรถ ถ้าไม่ได้รับการติดตั้งหรือไม่มีสติ๊กเกอร์ จะว่ากล่าวตักเตือนครั้งแรก และห้ามเข้าโรงงานหากไม่ดำเนินการ ตลอดปีแรกที่เริ่มการคือ 60 มีรถได้รับสติ๊กเกอร์ไปแล้ว 484 คัน มีรถที่มาตรฐานเข้าส่งยาง 93.39 เปอร์เซ็นต์ ในปีนี้เป็นปีที่ 2 ตั้งแต่เริ่มดำเนินการมีรถมาตรฐานเข้าส่งยาง 100 เปอร์เซนต์

นายวัชรินทร์ สุตลาวดี นายอำเภอเมืองอุดรธานี กล่าวว่า เคยดำรงตำแหน่งนายอำเภอนายูง น้ำโสม และหนองแสง ที่นั่นเป็นแหล่งปลูกยางพารา มีผลผลิตยางพาราขนออกมาส่งที่ อ.เมือง ซึ่งก็มาดำรงตำแหน่งขณะนี้ เมื่อยางพาราราคาดีชาวสวนก็ยิ้ม ปัญหาน้ำเซรั่มไหลลงถนน ถนนด้านขนยางออกมาจะเป็นสีดำ เมื่อฝนตกลงมาก็จะลื่นเกิดอุบัติเหตุ ผู้ประสบเหตุและญาติพี่น้องก็มีน้ำตา ทุกฝ่ายพยายามแก้ไขมานาน รถที่ติดตั้งระบบถังเก็บน้ำแล้ว ก็จะมีปัญหาน้ำล้นถังลงถนน หรือไปปล่อยทิ้งริมถนน การร่วมกันแก้ไขปัญหา จะทำให้เกิดความยั่งยืนได้

สุดดีใจลูกสาวใช้เฟสบุ๊คตามหาพ่อพราก15ปี

เด็กสาววัย 16 ปี ใช้สื่อโซเซียลตามหาพ่อ ที่ไม่เจอหน้ากันนานกว่า 15 ปี โดยใช้เฟสบุ๊คเสิร์ซหาชื่อของพ่อจนเจอ และใช้ภาพถ่ายของพ่อที่มีภาพเดียวให้ดู เด็กสาวบอกดีใจมากที่หาพ่อจนเจอ ส่วนพ่อที่ทำงานกรุงเทพเตรียมมาอุดรธานี เพื่อพบลูกสาวในช่วงเข้าพรรษานี้

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี มาเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ได้เดินทางไปที่ บ้านดงใหญ่ ต.เชียงหวาง อ.เพ็ญ พบกับน้องปอ หรือ น.ส.เบญจรงค์ กระแสสินธุ์ อายุ 16 ปี สาวน้อยชาวอุดรธานี ที่ตอนนี้เรียนอยู่ที่วิทยาลัยบริหารธุรกิจและการท่องเที่ยว จ.อุดรธานี อ.เพ็ญ ชั้นปีที่ 2 ที่เป็นผู้ที่ประกาศตามหาพ่อทางสื่อโซเซียล คือ เฟสบุ๊ค หลังจากที่น้องปอ ไม่ได้เจอหน้าพ่อมานานกว่า 15 ปี จนสุดท้ายเหมือนปาฏิหาริย์ เมื่อน้องปอ สามารถติดตามหาพ่อจนเจอด้วยสื่อโซเชี่ยลเฟสบุ๊ค

น้องปอ เล่าเรื่องราวที่ตามหาพ่อว่า ตนอยู่กับยายตั้งแต่อายุได้แค่ขวบกว่า ๆ เนื่องจากพ่อกับแม่มีปัญหาแยกทางกัน จากนั้นคุณยายก็เลี้ยงตนมาตลอด ซึ่งตอนเด็กๆ ตอนนั้นยังไม่คิดถึงพ่อ เพราะมียายคอยเลี้ยงดู ก็เลยเรียกยายว่าแม่ พอโตขึ้นก็คิดถึงพ่อ เพราะเห็นคนอื่นมีพ่อและมีแม่ แต่ตนเองไม่มี จึงถามเรื่องของพ่อจากยายว่า พ่อชื่อจริงนามสกุลจริงอะไร จนเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา ตนเลยใช้เฟสบุ๊คในการติดตามหาพ่อ โดยการพิมพ์ชื่อพ่อในค้นหารายชื่อของเฟสบุ๊ค ซึ่งพ่อชื่อจริงคือ นายทวี กระสินธุ์ จนเมื่อสองวันมานี้ ปรากฏว่าค้นเจอเลย ตนจึงลองทักทางเฟสดู และนำรูปถ่ายตอนตนยังเป็นเด็ก ที่ถ่ายกับพ่อไว้ให้ดู ปรากฏว่าข้อความที่พ่อตอบมาเรียกชื่อปอหรือลูก

“หนูทั้งตกใจและดีใจ เพราะเมื่อทักไปพ่อรู้จักหนูเลย 15 ปีมาแล้ว ที่หนูไม่ได้เจอพ่อ หนูคิดถึงพ่อมาก ถ้าหากได้เจอหน้าพ่อ หนูจะโอบกอดพ่อให้หายคิดถึงเลย ซึ่งเมื่อได้คุยกัน พ่อที่ทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ รับปากว่าจะเดินทางมาที่ จ.อุดรธานี เพื่อมาหาหนูในช่วงวันเข้าพรรษาอีก 2 เดือนข้างหน้า ถึงวันนี้ต้องขอขอบคุณสื่อโซเซียลเฟสบุ๊ค ที่ทำให้หนูตามหาพ่อจนเจอ เหมือนปาฏิหาริย์ จากการที่หนูไม่เคยเจอพ่อมาก่อนถึง 15 ปี”

ด้านนางเพ็ญศรี วิเศษโวหาร อายุ 61 ปี คุณยายที่เลี้ยงน้องปอมาตั้งแต่เล็ก บอกว่า ตนเลี้ยงน้องปอมาตั้งแต่ยังเล็ก ๆ เพราะว่าพ่อกับแม่เขามีปัญหาต้องเลิกกัน ที่ผ่านมาอาจจะด้วยปัญหาเรื่องครอบครัว พ่อของน้องปอเขาไม่เคยมาหาน้องปอ แต่เมื่อน้องปอเขาประกาศหาพ่อจนเจอ ตนก็ดีใจกับเขาด้วย ที่เขาจะได้เห็นหน้าพ่อ ส่วนตัวตนเองก็ไม่ได้ห้ามว่า หากพ่อเขาจะมารับไปอยู่ด้วยหรืออย่างไร ก็แล้วแต่หลานจะตัดสินใจ เพราะโต ๆ กันแล้ว ซึ่งตนอยากให้เขามีอนาคตที่ดีกันทุกคน เพราะตอนนี้ตนเองเลี้ยงหลานที่กำพร้าพ่อถึง 3 คน มีน้องปอ พี่สาวน้องปอ และหลานชายอีกคน ตอนนี้ก็ห่วงเขายังเรียนไม่จบ อยากให้เขาเรียนจบจะได้มีการมีงานทำ เพราะว่าครอบครัวเรามีฐานะยากจน

นับว่าเป็นที่เกิดขึ้น เป็นเรื่อปาฏิหาริย์ที่สาวน้อยคนหนี่ง ที่ไม่เจอหน้าพ่อตัวเองมานานถึง 15 ปี โดยการใช้สื่อโซเชี่ยลตามหา แม้จะมีรูปถ่ายของพ่อเพียงใบเดียว สุดท้ายก็ได้เจอพ่อ หลังจากที่ตั้งใจรอคอยมานานถึง 15 ปี

« Older Entries