Category Archives: Hot News

“บิ๊กหม่อง-โจ๊ก”ลุยอุดรจับ10นายทุนดอกโหดสองผัวเมียหาย

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 , พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. , พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง รอง ผบก.ภ.4 พล.ต.ต.พีรพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.วิธ มุทธสินธุ์ ผกก.สส.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.อ.พิทักษ์ จันทร์เขียว รอง ผบ.มทบ.24 เจ้าหน้าที่ ปปง.นำกำลังจับกุมนายทุนดอกโหด 8 รายรวม 12 คน ในพื้นที่ จ.อุดรธานี ตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี

รายแรกนายสมบูรณ์ เจียมวิทยศรีสกุล นางรัชนี เจียมวิทยศรีสกุล นายภัทรพล เจียมวิทยศรีสกุล หจก.ภัทรพลยนตรกิจ เลขที่ 218/2 ถ.ประจักษ์ศิลปาคม ทน.อุดรธานี หรือตึกนรก ข้อหา “ ฉ้อโกงประชาชน ให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ประกอบธุรกิจให้สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปลอมเอกสารสิทธิ์” โดยมีนายสมบูรณ์ ยืนอยู่ในตึก ซึ่งเปิดเป็นบริษัทค้ารถเก่า ภายในมีรถยนต์หรู 5 คัน ให้ความร่วมมือกับตำรวจเป็นอย่างดี

รายที่ 2 นางรัศมี จินตมาลย์ อยู่เลขที่ 33/14 ถนนตำรวจ ทน.อุดรธานี ข้อหา “ ฉ้อโกงประชาชน ให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ประกอบธุรกิจให้สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปลอมเอกสารสิทธิ์” โดยนางรัศมีฯรอมอบตัวอยู่หน้าบ้าน และกราบขอโทษตำรวจที่แสดงกิริยาไม่สุภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจขณะขอเข้าตรวจค้นเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่าน และครั้งนี้จะให้ความร่วมมือทุกอย่าง โดยตำรวจได้ยึดรถยนต์ 4 คัน รถจักรยานยนต์ 3 คัน

รายที่ 3 นายณัฐวุฒิ วัฒนกิจจา ซอยวัดป่าโนนนิเวศน์ ถ.อุดรดุษฎี ทน.อุดรธานี , รายที่ 4 นายอานนท์ สวัสดิ์พีระ เลขที่ 112/47 โพนพิสัยซอย 9 ถ.โพนพิสัย ทน.อุดรธานี , รายที่ 5 นางอรุณรัตน์ โพธิราช ถ.เบญจางค์ ทน.อุดรธานี , รายที่ 6 นางวรีรัตน์ มีแก้ว นายสมชาย ทองณรงค์ บ้านหนองแก ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี , รายที่ 7 นายแสงมณี ศิริคุณธรรม เลขที่ 115 หมู่ 2 ถ.อภัยสำราญ ทต.หนองหาน อ.หนองหาน ข้อหา “ ฉ้อโกงประชาชน ให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ประกอบธุรกิจให้สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง”

ส่วนรายที่ 8 นายวัชระ ชาญนิติ และนางพรศิริ ทรัพย์ศิริอยู่คง สามีภรรยา อาคารพาณิชย์ 499/14-15 ถนนรอบเมือง ทน.อุดรธานี ข้อหา “ ฉ้อโกงประชาชน ให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ประกอบธุรกิจให้สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปลอมเอกสารสิทธิ์” พบเพียงลูกจ้าง เฝ้าสำนักงาน แจ้งว่านายวัชระและภรรยา ไปต่างประเทศ 2 เดือนแล้ว โดยติดประกาศไว้หน้าสำนักงานว่า “ยินดีให้ความร่วมมือกับทางราชการ ลดให้เมื่อมาไถ่ถอนก่อนกำหนด ยินดีขายฝากที่หลุดมาไถ่คืน”

m008

m007

พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ตั้งศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ จากการกู้ยืมเงินโดยสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ที่กองกำกับการสืบสวนทุกจังหวัดทั่วประเทศ ประชาชนได้รับความเดือดร้อน สามารถเข้าร้องทุกข์ได้ สำหรับศูนย์ฯที่กองกำกับการสืบสวน ภ.จ.อุดรธานี ใน สัปดาห์ที่ผ่านมาตำรวจได้สอบปากคำลูกหนี้กว่า 90 ราย ได้รวบรวมหลักฐานขออนุมัติศาลจังหวัดอุดรธานีออกหมายจับ 12 หมาย 8 ราย ซึ่งสามารถจับกุมได้ 10 ราย หลบหนีไป 2 ราย ซึ่งจะได้ตรวจยึดทรัพย์สิน เข้าสู่กระบวนการของ ปปง.ต่อไป

ส่วน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. เปิดเผยว่า วันนี้แสดงให้ประชาชนในพื้นที่เห็นว่า เป็นการบังคับใช้กฎหมายโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมทั้งยึด-อายัดทรัพย์ทั้งหมด ไม่มีนโยบายเจรจาต่อรองกับกลุ่มนายทุนนอกระบบ ส่วนการประนีประนอมถือเป็นอีกเรื่องต้องรอดูกันไป ส่วนการยึดอายัดทรัพย์สินเพื่อตรวจสอบ ใช้อำนาจของพนักงานสอบสวน ตามกฎหมาย ป.วิอาญา แต่ให้ความเป็นธรรมทุกส่วนทั้งนายทุน ทั้งลูกหนี้ ส่วนผู้ต้องหาทั้ง 10 จะยื่นประกันตัว ให้เป็นอำนาจการพิจารณาของหัวหน้าพนักงานสอบสวน ส่วนนายทุนที่หลบหนี เราได้ประสานทนายความแจ้งให้มามอบตัว

“ ในพื้นที่ภาคอีสานมีประชาชนจะเดือดร้อนมากกว่าภาคอื่น เพราะประชาชนมีที่ดินที่นามาก ส่วนภาคกลาง ภาคใต้ จะเป็นเรื่องการจำนำรถยนต์ ผบ.ตร.ได้ฝากถึงตำรวจทุกภาค ให้ร่วมกับ กอ.รมน. ยุติธรรมจังหวัด เข้ามาดู ฝากเรียนถึงผู้เสียหายจะกี่ร้อยกี่พันรายก็ตาม ที่เดือดร้อนจากการทำธุรกรรมฉ้อฉลขอให้มาพบ หลังจากนี้จะดำเนินการตรวจสอบทรัพย์ และเส้นทางการเงินทั้งหมด เพื่อดำเนินการฐานความผิดฟอกเงิน ทรัพย์สินใดมีเหตุเชื่อว่า อาจจะมีการโอน ยักย้าย ถ่ายเท ปกปิด หรือซ่อนเร้นไปให้คนอื่น ทรัพย์สินจำเป็นต้องยึด อายัดไว้ ผลักภาระให้เป็นการตรวจพิสูจน์ เป็นภาระของผู้ถูกอายัด ”

ชาวอุดรธานีส่งความช่วยเหลือชาวลาว4รถบรรทุก

r007

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 ที่หน้าศาลากลาง จ.อุดรธานี นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี นายธนพล จันทรนิมิ รอง ผวจ.อุดรธานี นายสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย กรรมกรรหอการค้าไทย และตัวแทนข้าราชการ ประชาชนชาวอุดรธานี ปล่อยขบวนรถบรรทุก “จังหวัดอุดรธานี ร่วมกับภาคเอกชน ประชาชน ช่วยเหลือ ประชาชน สปป.ลาว” ประกอบด้วยรถของ มทบ.24 และป้องกันบรรเทาสาธารณภัย 4 คัน ไปส่งมอบให้กับกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประจำประเทศไทย ณ จ.ขอนแก่น เพื่อส่งต่อความช่สวยเหลือไปยังประชาชนชาวลาวที่ประทบอุทกภัย

นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี กล่าวว่า ตามที่ช่วงเช้าของวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุอุทกภัยในแขวงอัตตะปือ และแขวงจำปาสัก สปป.ลาว ส่งผลกระทบเป็นบริเวณกว้าง และทำให้เกิดความเสียหาย จำนวนมากต่อ ชีวิต บ้านเรือน ทรัพย์สิน สิ่งสาธารณะประโยชน์ ประมง ปศุสัตว์ และพื้นที่การเกษตรของราษฎร สถานการณ์น้ำท่วมดังกล่าวทำให้ประชาชนประสบปัญหาการขาดแคลนเครื่องอุปภคบริโภคเป็นจำนวนมาก

“ จังหวัดอุดรธานีร่วมกับ ภาคเอกชน ประชาชน ได้ตระหนักถึงผลกระทบจากเหตุอุทกภัย จึงได้รับบริจาคเงิน ยารักษาโรค สิ่งของเครื่องใช้ข้าวสาร อาหารแห้ง เพื่อส่งมอบให้ผู้ประสบภัยประกอบด้วย เงินสด 200,000 บาท , น้ำดื่ม สิ่งของเครื่องใช้ เสื้อผ้า ยารักษาโรค ข้าวสาร หาหารแห้ง และอื่นๆ จำนวน 4 คันรถบรรทุก (บรรทุก 6 ล้อ 3 คัน บรรทุก 10 ล้อ 1 คัน) โดยส่งความช่วยเหลือเป็นเที่ยวแรก และเที่ยวต่อไปจะจัดส่งไปในวันที่ 29 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ ”

r006.jpg

จิตอาสาอุดร2,500ทำสะอาดคลองระบายน้ำ1.8กม.

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 ที่สนามโรงเรียนชุมชนบ้านเดื่อ เทศบาลนครอุดรธานี นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี เป็นประธานถวายราชสักการะ เบื้องหาพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ์ บดินทรเทพยวรางกูล และกล่าวให้โอวาสเปิดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำดี ด้วยหัวใจ” เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 66 พรรษา 28 กรกฎาคม 2561 พัฒนาและปรับปรุงสภาภูมิทัศน์คลองระบายน้ำขนานทางรถไฟ

นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี ได้นำพลตรีกนก ภู่ม่วง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบก 24 , นายอิทธิพนธ์ ตรีวัฒนสุวรรณ นายก ทน.อุดรธานี หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พ่อค้า ประชาชน นักเรียน นักศึกษา รวมพลังเป็นจิตอาสากว่า 2,500 คน ร่วมปฏิญาณตน และแปลอักษรคำว่า “ ๑๐ จิตอาสา อุดรธานี ” ก่อนปล่อยแถวอาสาปฏิบัติภารกิจตามที่ได้รับมอบหมายรวม 18 กลุ่มๆละ 100 เมตร รวมระยะทางทั้งสิ้น 1,800 เมตร

“คลองระบายน้ำขนานทางรถไฟ” สร้างขึ้นมาหลังจากเกิดน้ำท่วมใหญ่ ทน.อุดรธานี ในปี 2543,44 เป็นคลองดาดคอนกรีตแบบคางหมู เพื่อระบายน้ำฝั่งตะวันออกของทางรถไฟ ออกไปยังลำห้วยหมากแข้งและนอกเมืองอุดรธานี ปัจจุบันสภาพคลองมีกิ่งไม้ วัชพืช และเศษวัสดุ ตลอดจนสองข้างคลองมีหญ้ารกเป็นจำนวนมาก ทำให้การระบายน้ำออกนอกเมืองไม่สะดวก เกิดความล่าช้า เปิดการเน่าเหม็น การรวมพลังจิตอาสาในครั้งนี้ นอกจากจะทำให้น้ำระบายสะดวก ยังจะมีความสะอาดสวยงาม เป็นสถานที่พักผ่อน นันทนาการได้อีกด้วย

รองอธิบดีกรมชลทักแผนพัฒนา“หนองหานกุมภวาปี5ปี”

งบจ้างที่ปรึกษาทำแผน 5 ปี พัฒนาหนองหานกุมภวาปี 30 ล้านใกล้เสร็จ รองอธิบดีนำสื่อสัญจรลงพื้นที่จริง แผนเสนอสร้างประตูน้ำ-สถานีสูบปิด 8 ลำห้วย ซ่อมสร้างเพิ่มเติมกว่า 1,756 ล้าน รองอธิบดีห่วงสถานีสูบน้ำไฟฟ้า จะเป็นอุปสรรคอนุมัติงบประมาณ ขอข้อมูลทางระบายน้ำอ้อมเพิ่ม

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี มาเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 ที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากุมภวาปี บ.ท่าม่วง ม.3 ต.เวียงคำ อ.กุมภวาปี นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมคณะ นำสื่อมวลชนติดตามโครงการ “ศึกษาความเหมาะสมการปรับปรุงโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากุมภวาปี” มีนายจารึก วัฒนโกศัย ผอ.ชลประทานที่ 5 อุดรธานี นายนภดล น้อยไพโรจน์ ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากุมภวาปี นำตัวแทน บ.ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอน แมนเนจเมนต์ จก.ที่ปรึกษาชี้แจงโครงการ และนำดูพื้นที่ประตูระบายน้ำบริเวณโครงการ

วิศวกรบริษัทที่ปรึกษา ชี้แจงว่า “หนองหานกุมภวาปี” คือจุดรวมน้ำของลำห้วย 8 สาย ถือเป็นต้นน้ำของลำน้ำปาว ไหลไปลงเขื่อนลำปาวที่ จ.กาฬสินธุ์ ปี 2539 กรมส่งเสริมพัฒนาพลังงาน สร้างโครงการนี้ขึ้นมาเรียกว่า “ฝายกุมภวาปี” ประกอบด้วย ประตูควบคุมน้ำขนาดใหญ่ , คันดินยาว 112 กม. , อาคารระบายน้ำ 58 แห่ง , สถานีสูบน้ำ 14 สถานี , คลองส่งน้ำดาดคอนกรีตยาว 111 กม. เป้าหมายพื้นที่ชลประทาน 48,000 ไร่ แต่ไม่สามารถเก็บกักน้ำได้เต็มที่ 106 ล้าน ลบม. เพราะมีน้ำท่วมนอกคันดิน จึงเก็บกักน้ำไว้ได้เพียง 70-80 ล้าน ลบม.

กรมชลประทานรับถ่ายโอนมาปี 2553 ปัจจุบันโครงการผ่านการใช้งานมากกว่า 20 ปี การบริหารจัดการน้ำไม่มีประสิทธิภาพ จึงได้ปรับปรุงสถานีสูบน้ำ เปลี่ยนเครื่องปั้ม-ท่อ และสร้างคลองส่งน้ำรางยู แทนคลองสี่เหลี่ยมคางหมู และให้ที่ปรึกษามาศึกษาความเหมาะสม ตั้งแต่ 6 พ.ค.60 – 1 ส.ค. 61 วงเงิน 30 ล้านบาท สรุปข้อเสนอ ให้สร้างประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำปากลำห้วย 8 แห่ง , สร้างสถานีสูบน้ำเพิ่ม 9 แห่ง , ปรับปรุงอาคารระบายน้ำ 33 แห่ง , ปรับปรุงคูระบายน้ำ 43 กม. และเปลี่ยนท่อส่งน้ำ 13 กม. ในแผนปฏิบัติการณ์ 5 ปี วงเงิน 1,756 ล้านบาท ซึ่งจะเพิ่มพื้นที่เกษตร 20,000 ไร่ และลดพื้นที่น้ำท่วม 21,000 ไร่

วิศวกรบริษัทฯที่ปรึกษา ตอบคำถามด้วยว่า แผนพัฒนาที่เสนอจะไม่กระทบกับ “ทะเลบัวแดง” พร้อมระบุได้นำเสนอแนวทาง การระบายน้ำด้านนอกคันดิน ให้น้ำจาก 8 ลำห้วย ไหลอ้อมหนองหานกุมภวาปี ไปลงยังลำน้ำปาว หลังประตูระบายน้ำได้อีกทางหนึ่ง แต่อยู่นอกเหนือการศึกษา ยังไม่มีรายละเอียดต้องศึกษาเพิ่มเติม และเสนอให้มีการศึกษาความเหมาะสม ฝายบ้านกุดนาค้อ ต.ตาดทอง อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี อยู่ท้ายน้ำของลำน้ำปาว จะเพิ่มพื้นที่ชลประทานอีก 10,000 ไร่

นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน ได้ตั้งข้อสังเกตว่า การสร้างประตูระบายน้ำ มีสถานีสูบน้ำเข้า-ออก รับมือกับน้ำท่วมพื้นที่ จะทำให้มีค่าใช้จ่ายเรื่องค่าไฟฟ้า จะนำค่าใช้จ่ายนั้นมาจากไหน สามารถเบิกจ่ายจากงบได้หรือไม่อย่างไร น่าจะเป็นคำถามในเรื่องการของบประมาณ และขอให้ที่ปรึกษาส่งรายละเอียด ทางระบายน้ำอ้อมหนองหานกุมภวาปี แนการสูบน้ำแก้ไขน้ำท่วมขังมาเพิ่มเติมด้วย

นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า โครงการฯนี้เกิดมาแล้วกว่า 20 ปี อาคารที่มีอยู่ คลองส่งน้ำ ชำรุดทรุดโทรมอย่างมาก อาคารควบคุมปล่อยน้ำปิดเปิดอัตโนมัติไม่ทำงาน ไม่สามารถส่งน้ำให้มีประสิทธิภาพได้ พอฤดูน้ำหลากน้ำก็เต็มระบายไปไหนไม่ได้ ภายนอกก็เต็มพื้นที่การเกษตรก็ถูกน้ำท่วมด้วย ทำให้เก็บกักน้ำได้เต็มที่ตามแผน ผลทางการศึกษาคงดำเนินการไม่ได้ทันที จะทำได้ก็ระยะ 4-5 ปี โดยให้สำนักงานชลประทานที่ 5 นำเข้าแผนขอรับการสนับสนุนงบแต่ละปี ตามลำดับความสำคัญ

“ ทำให้อันดับแรกที่จะต้องเร่งทำก็คือ การปรับปรุงปฏิทินการเพาะปลูก เหมือนกับที่ทำกันในภาคกลาง หรือจะเป็นการเลี้ยงปลาน้ำจืด ที่มีราคาดีได้หรือๆไม่ เรื่องนี้ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร หรือเรื่องบริหารจัดการน้ำ ด้วยปัญหาบุคลากรที่มีจำกัด พื้นที่ในการดูแลตรวจสอบมาก เฉพาะคันดินรอบก็ยาวถึง 111 กม. ทำให้ต้องขอความร่วมมือจากกลุ่มผู้ใช้น้ำ ใช้ดูแลทรัพย์สินและจัดการน้ำร่วมกัน ”

นายเฉลิมเกียรติฯ กล่าวอีกว่า น้ำไหลเข้ามาในหนองหานกุมภวาปีสูงถึง 600 ล้าน ลบ.ม. กักเก็บได้ไม่ถึง 100 ล้าน ลบ.ม. ที่เหลือส่งต่อไปยังเขื่อนลำปาว ที่ต้องควบคุมน้ำที่นั่นถึง 2,000 ล้าน ลบ.ม. ต่อไปเราต้องเชื่อมระบบการจัดการน้ำที่สมบูรณ์มากขึ้น ทั้งระบบข้อมูลสารสนเทศ ที่จะต้องทำระบบโทรมาตรการเตือนภัย ต้องมีการเตือนภัยให้ชาวบ้านรู้ถึงสถานการณ์น้ำก่อน ถึงตอนที่มีน้ำมามาก เราเก็บน้ำไม่ได้ เราต้องปล่อยน้ำออกไป ต้องมีการสื่อสารกับด้านล่างที่รับน้ำต่อให้เข้าใจ เพื่อเตรียมการรับมือ

นายเฉลิมเกียรติฯ ตอบข้อซักถามด้วยว่า เมื่อสามารถบริหารจัดการน้ำได้ดี ไม่น่าจะส่งผลกระทบกับแหล่งท่องเที่ยว”ทะเลบัวแดง” แต่จะส่งผลดีให้มีบัวบานมากขึ้น ส่วนระบบนิเวศซึ่งในพื้นที่มีโรงงานน้ำตาล เกษตรกรที่ต้องการใช้น้ำดี ชลประทานมีการตรวจวัดคุณภาพน้ำ ดูว่าปริมาณออกซิเจนมีเท่าไหร่ เพราะนอกจากเกษตรกรใช้น้ำเราแล้ว น้ำประปาของอำเภอก็ใช้จากที่นี่ปีละเกือบ 10 ล้าน ลบ.ม. ฉะนั้นน้ำที่นี่ต้องสะอาด เราจึงต้องช่วยกันดูแล ….
///////////

ญาติติดใจ ม.6 แฝดน้องขี่ จยย.หาย7วันกลายเป็นศพ

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 26 กรกฎาคม พ.ต.ท.องอาจ ปลัดขวา สว.(สอบสวน) .สภ.บ้านผือ จ.อุดรธานี รับแจ้งออกไปสอบสวนเหตุ นายยุทธศาสตร์ จำปาทอง อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14 หมู่ 6 ต.โพธิ์ตาก อ.โพธิ์ตาก จ.หนองคาย ขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีขาวแดง ทะเบียน คทว 49 อุดรธานี แหกโค้งตกลงไปในพงหญ้าข้างทางเสียชีวิต บริเวณทางโค้งถนนบ้านผือ-บ้านค้อ หมู่ 3 ต.บ้านผือ อ.บ้านผือ

ที่เกิดเหตุพบสภาพศพเน่าจนแห้ง เนื้อหลุด ใบหน้าหายเหลือแต่กะโหลก สวมเสื้อยืดสีน้ำเงิน คลุมทับด้วยเสื้อยีนแขนยาว กางเกงยีน รองเท้าแตะ โทรศัพท์มือถือ ภายในกระเป๋าเงินหนังสีน้ำตาล พบเงินสด 120 บาท บัตรเอทีเอ็ม ใบขับขี่ กระเป๋าเป้สีน้ำเงินพบสมุดรายงานผลการเรียนโรงเรียนโพธิ์ตากพิทยาคม สมุดบันทึกการอ่าน เอกสารทางราชการ แพทย์ระบุเสียชีวิตมาประมาณ 7 วัน

นายยุทธพงษ์ จำปาทอง อายุ 18 ปี พี่ชายฝาแฝดผู้ตายเดินทางมาดูศพ ยืนยันว่าเป็นนายยุทธศาสตร์ น้องชายฝาแฝดจริง เรียนอยู่ชั้น ม.6 โรงเรียนโพธิ์ตากพิทยาคม อ.โพธิ์ตาก จ.หนองคาย ก่อนเกิดเหตุ ค่ำวันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม พ่อได้ใช้ผู้ตายมาส่งเอกสารที่ อ.บ้านผือ โดยผู้ตายขี่รถจักรยานยนต์มาคนเดียว เวลาประมาณ 20.00 น. ผู้ตายได้โทรศัพท์ไปบอกพ่อว่าส่งเอกสารเสร็จแล้ว แต่ได้ไปแวะกินเหล้าที่หอพักเพื่อน นักศึกษาวิทยาลัยการอาชีพ อ.บ้านผือ และบอกว่าจะกลับบ้านแล้ว ให้พ่อรอกินข้าว จน 21.00 น. พ่อโทรหาแต่ไม่รับสาย โดยขอขอนำศพไปพิสูจน์หาสาเหตุว่าเป็นอุบัติเหตุ หรือฆาตกรรม ..

มหกรรมสหกรณ์2-6สิงหาที่ UDทาวน์ยิ่งใหญ่

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 ที่โรงแรมเซ็นทารา นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี พร้อมกับนายดุสิต ทองทา สหกรณ์ จ.อุดรธานี ร่วมแถลงข่าวงาน “มหกรรมเครือข่ายสินค้าเมืองอุดรธานี” ระหว่างวันที่ 2-6 สิงหาคม 2561 ณ ลานเดอะแลนด์ ศูนย์การค้ายูดี.ทาวน์อุดรธานี ภายในงานจัดให้มีการจัดนิทรรศการจำลอง จัดแสดงโมเดลเสมือนจริง การเสวนา เรื่องศาสตร์ของพระราชา สู่การพัฒนายั่งยืน , การจัดแสดง-จำหน่ายสินค้าของสหกรณ์-เครือข่าย และความบันเทิง ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เคยจัดมา

นายดุสิต ทองทา สหกรณ์ จ.อุดรธานี กล่าวว่า นอกจากการจัดแสงและจำหน่ายสินค้า ของสหกรณ์ในพื้นที่อุดรธานี ยังมีสินค้าจากเครือข่ายรวมมากกว่า 220 ราย ผู้มาร่วมงานยังจะได้สัมผัสกับกิจกรรมที่ยิ่งใหญ่ อาทิ การแสดงนิทรรศการน้อมนำศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาสหกรณ์ยั่งยืน โมเดลจำลองนิทรรศการเหมือนจริง “โครงการพระราชดำริหุบกะพง เพชรบุรี- สหกรณ์โคนมหนองโพ ราชบุรี- ลานวิถีเกษตรกรรมชาวสหกรณ์-เกษตรทฤษฎีใหม่สู่โคกหนองนาโมเดล”

“ ทุกวันจะมีเวทีเสวนาลานวิถีเกษตรกรรม ในหัวข้อเรื่อง ศาสตร์พระราชาเศรษฐกิจพอเพียง-เกษตรแปลงใหญ่กับการสหกรณ์ – ไทยนิยม ยั่งยืน – การตลาดยุคใหม่ , การสอนวิชาชีพ ไข่เค็มสมุนไพร – น้ำยาล้างจาน สบู่ แชมพู – น้ำมันหอมระเหย สเปรย์สมุนไพร – ตกแต้งกระเป๋าผ้าเอนกประสงค์ , กิจกรรมนาทีทองสินค้าราคาถูกวันละ 3 รอบ และเวทีความบันเทิงจากศิลปินช่วงกลางคืน ”

นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี กล่าวว่า อุดรธานีขับเคลื่อนด้วยยุทธศาสตร์ ที่ต้องเดินหน้าด้วยงบประมาณ โดยยุทธศาสตร์ที่ 2 การกระจายรายได้สู่ฐานราก ด้วยการเกษตรอุตสาหกรรมและการแปรรูป ทำให้เราต้องกระตุ้นภาคการเกษตร ส่งเสริมในการตลาดนำการผลิต จัดให้มีพื้นที่จำหน่ายสินค้า นำผู้ผลิตมาพบผู้บริโภค รวมไปถึงผู้ค้ารายอื่นๆ เราออกไปแสดงสินค้าที่กรุงเทพ ต่างจังหวัด และพื้นที่เราเอง จังหวัดอื่นก็มาจัดงานในพื้นที่เราด้วย ก็ทำให้อุดรธานีส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยว ให้มีความเข้มแข็งไปด้วย โดยการจัดงานของสหกรณ์ครั้งนี้ จะได้เป็นเวทีถ่ายทอดศาสตร์พระราชา ในหลวงรัชกาลที่ 9 กระตุ้นให้เกิดเกษตรใหม่ๆมากขึ้น….
/////////////

แรงงานลาวในอุดรส่งบะหมี่-ปลากระป๋องช่วยบ้านเกิด

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี นายวัฒนา พุฒิชาติ ผวจ.อุดรธานี ใช้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือประชาชนชาวลาวประสบภัยน้ำท่วม มาตั้งแต่วานนี้และมีองค์กรการกุศล พ่อค้า ประชาชน ทยอยเดินทางนำเงินสด เสื้อผ้า อาหารแห้ง น้ำดื่ม มาร่วมบริจาคเป็นจำนวนมาก และวันนี้ยังมีแรงงานชาวลาว ที่อพยพมาทำงานในพื้นที่ จ.อุดรธานี ก็นำสิ่งของมาฝากไปให้ชาวลาวเช่นกัน

นางแพง สมบัติ อายุ 30 ปี ราษฎรแขวงไซยะบุรี สปป.ลาว กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนและสามีเดินทางมาทำงานที่ อ.เมืองอุดรธานี อย่างถูกต้องตามกฎหมาย วันนี้นำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 3 กล่อง ปลากระป๋อง 1 กล่อง มาฝากส่งไปช่วยพี่น้องชาวลาวที่ประสพอุทกภัย ก่อนทราบข่าวการสูญเสียครั้งนี้ กำลังทำงานและนายจ้างมาบอกว่าที่ประเทศลาวเขื่อนแตก รู้สึกตกใจและเสียใจมากกับเหตุการณ์นี้ ถึงแม้ไม่มีญาติอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมก็ตาม แต่คนลาวทุกคนถือว่าเป็นพี่น้องกัน มีอะไรที่จะช่วยเหลือกันได้ก็ช่วยกันยามทุกข์ยาก

” ในฐานะเป็นคนลาว ยากจะขอบพระคุณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ท่านเป็นคนดีมีน้ำใจ ให้ความช่วยเหลือพี่น้องชาวลาว ที่เดือดร้อนทุกทางอยู่ขณะนี้ รวมทั้งให้ความสะดวกแรงงานชาวลาว ที่ทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายในประเทศไทย อยากเดินทางไปขอบคุณท่านด้วยตนเองแต่ไปไม่ได้ ”

นายศักดิ์สิทธิ์ พัวตะนะ อายุ 69 ปี ข้าราชการบำนาญ ชาว อ.เมืองอุดรธานี กล่าวว่า ทันทีที่ทราบข่าวจากสื่อต่างๆ รู้สึกเสียใจและสงสารพี่น้องชาวลาวที่ ประสพอุทกภัยเป็นอย่างมาก เพราะพัดน้ำท่วมอย่างไม่รู้ตัว ซึ่งวันนี้ได้เดินทางมามอบเงินจำนวน 2 พันบาท และส่งกำลังใจให้ชาวลาวที่ประสพอุทกภัยอยู่ขณะนี้ เท่าทีตนเองจะทำได้

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จังหวัดอุดรธานีได้รวบรวมสิ่งของ เพื่อเตรียมส่งผ่านกงสุลไทยประจำนครเวียงจันทน์ ผ่านทางสะพานมิตรภาพไทยลาว จ.หนองคาย เพื่อส่งมอบต่อทางการ สปป.ลาว ส่งต่อไปยังผู้ประสบภัย ขณะที่องค์กรเอกชนหอการค้า จ.อุดรธานี เปิดรับบริจาคเงินส่งไปให้ความช่วยเหลือ , องค์กรการกุศลมูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรมก็ระดมสิ่งของบริจาค เพื่อส่งไปให้ความช่วยเหลือ หรือภาคประชาชนรวมตัวรับบริจาคเฉพาะสิ่งของที่ “เจริญศรีปาร์ค” โดยจัดส่งนำส่งความช่วยเหลือทุกวัน

« Older Entries