ผช.ผบ.ตร.ยัน ตชด.ยิงตัวตายมีปัญหาส่วนตัว

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 10 มกราคม 2561 ที่ห้องประชุมอุดรดุษฎี โรงแรมเจริญโฮเต็ล จ.อุดรธานี พล.ต.ท.เดชา บุตรน้ำเพชร ผช.ผบ.ตร. เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม และมอบนโยบาย แก่กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ระหว่างวันที่ 9-12 มกราคม ระดับรองผู้กำกับการ ถึงผู้บัญชาการ 182 นาย เพื่อติดตามประเมินผลการปฏิบัติงาน เปิดโอกาสให้บุคลากรในระดับผู้บริหาร ได้ร่วมกันวางแผน พิจารณาแก้ไขปัญหา ข้อขัดข้องต่างๆ

พล.ต.ท.เดชา บุตรน้ำเพชร ผช.ผบ.ตร. กล่าวว่า รัฐบาลกำหนดให้ส่วนราชการ จัดทำแผนปฏิบัติราชการของหน่วย เพื่อติดตามประเมินผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยกำหนดตัวชี้วัดในแต่ละมิติอย่างชัดเจน สามารถวัดระดับความสำเร็จได้ ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ซึ่งทุกหน่วยในสังกัดสำนักตำรวจแห่งชาติ ได้นำนโยบายของผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยตำรวจตระเวนชายแดน ทำหน้าที่ 3 อย่าง ทั้งตำรวจ ทหาร และปกครอง เข้าพื้นที่เกิดเหตุได้เร็ว ก่อนหน่วยงานอื่น และออกมานอกพื้นที่เป็นหน่วยงานสุดท้าย

ผช.ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์กรณี พ.ต.ท.บรรหาร กองพิมพ์ ครูฝึกตำรวจตระเวนชายแดน ค่ายเสนีย์รณยุทธ จ.อุดรธานี ยิงตัวตายที่ห้องทำงาน เมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา ว่าเกิดจากความเครียดปัญหาส่วนตัว ไม่ใช่ปัญหาจากการทำงาน ส่วนกรณี ส.ต.ท.อานนท์ บุญยก ผบ.หมู่ ตชด. 24 ค่ายเสนีย์รณยุทธ จ.อุดรธานี เมาขับรถเก๋งชนรถเก๋ง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย พ่อ-แม่-ลูก เมื่อคืนวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา หน้าปั๊มน้ำมัน ปตท. ถนนนิตโย ต.หนองบัว อ.เมืองอุดรธานี ไม่ได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษ ให้เป็นไปตามพนักงานสอบสวน ตามพยาน หลักฐาน ให้ดำเนินคดีไปตามกฎหมาย…

ยึดป่าสงวนจากนายทุนแจกคนจนแปลงแรก 411 ไร่

ทหาร-ป่าไม้-ปกครอง-ตำรวจ-ทส. บุกยึดที่ดินปลูกยาง-ยูคา-อ้อย 411 ไร่ ของนายทุนในป่าภูพานน้อย ต้นน้ำลำห้วยสามพาด พื้นที่ตามมติ ครม.30 มิ.ย.41 เตรียมจัดสรรแปลงรวมให้คนจนทำกิน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 มกราคม ที่สนามหน้าที่ว่าการอำเภอหนองแสง พล.ต.ศุภชัย ศุภเมธี รอง ผอ.รมน.อุดรธานี , นายสมบูรณ์ ธีรบัณฑิตกุล ผอ.ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 2 (ศปป.2) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรมป่าไม้ , นายบุญเลิศ วรวงษ์ นายอำเภอหนองแสง , พ.ต.อ.วิเชียร สุนทรพินิจ ผกก.สภ.หนองแสง , ส่วนฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่อนุรักษ์ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 (อุดรธานี) , หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ อด.2 หนองวัวซอ . ปทส.อุดรธานี , ชป.รส.ร.13 , พร้อมกำลังทหาร ร.13 พัน 2 , ตำรวจ , อส. , ชรบ. และป่าไม้ รวมกว่า 50 นาย

ร่วมสนธิกำลังเพื่อเข้าตรวจยึด พื้นที่นายทุนบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติป่าพันดอน-ป่าปะโค บ.โนนเชียงค้ำ ม.2 ใกล้ทางขึ้นวัดป่าเทพประทาน ต.ทับกุง อ.หนองแสง ปลูกยางพารา , ยูคาลิปตัส และอ้อย รวมทั้งหมด 411-2-75 ไร่ อยู่เชิงเทือกเขาภูพานน้อย ต้นน้ำลำห้วยสามพาด หลังจากที่ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ของ ศปป.2 ได้เข้ามาตรวจสอบแนวเขตที่บุกรุก พร้อมตัดพันต้นยางและต้นยูคาลิปตัส ในพื้นที่ไปแล้วบางส่วน หลังจากนั้นทำการปิดป้ายประกาศ ยึดคืนผืนป่าแปลงดังกล่าว เพื่อเตรียมดำเนินการตามขั้นตอนตามกฎหมาย ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี

พล.ต.ศุภชัย ศุภเมธี รอง ผอ.รมน.อุดรธานี เปิดเผยว่า การสนธิกำลังเข้าตรวจยึดผืนป่าสงวนฯ ตามมาตรา 25 ที่ส่วนใหญ่ถูกนายทุกนอกพื้นที่บุกรุก เข้ามาปลูกยางพารา ยูคาลิปตัส และอื่นๆ หลังจากยึดคืนจะให้ราษฎรที่ยากจนในพื้นที่ เข้าทำกินตามนโยบายของรัฐบาล ที่จะจัดสรรให้ในลักษณะเป็นที่ดินส่วนรวม ไม่ได้มอบให้ผู้หนึ่งผู้ใด ซึ่งการปฏิบัติงานได้ผลเป็นที่น่าพอใจ เมื่อดำเนินคดีกับทางนายทุนแล้ว หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และ อ.หนองแสง จะเข้ามาฟื้นฟูพื้นที่ ก่อนให้ราษฎรที่ยากจน เข้ามาร่วมทำกินใช้ประโยชน์ในพื้นที่ต่อไป

รุกป่า1

นายสมบูรณ์ ธีรบัณฑิตกุล ผอ. ศปป.2 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรมป่าไม้ เปิดเผยว่า พื้นที่บริเวณนี้ถูกนายทุนนอกพื้นที่ เข้ามาบุกรุกทำลายปลูกยางพารา และยูคาลิปตัส ศปป.2 ได้รับนโยบายจากรัฐบาล ติดตามทวงคืนผืนป่าจากกลุ่มนายทุน มาจัดสรรให้ราษฎรที่ยากจนมีที่ดินทำกิน ตามโครงการนำร่องนโยบายของนายกรัฐมนตรี ที่ให้คณะกรรมการที่ดินแห่งชาติ หรือ คทช. เข้ามาจัดที่ทำกินให้กับราษฎรยากจน โดยดำเนินการไปแล้ว 2 จังหวัด คือ เชียงใหม่ และ น่าน โดยทำในรูปแบบแปลงรวม เวลาผ่านไปจะได้ไม่ตกเป็นของนายทุน

ผอ.ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 2 (ศปป.2) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวอีกว่า พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติของอุดรธานี ที่ถูกบุกรุกทั้งจากนายทุนและราษฎร มากเป็นอันดับ 2 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รองจาก เลย รวมแล้วหลายหมื่นไร่ วันนี้ ศปป.2 เข้ามายึดคืนผืนป่าเป็นการนำร่องแห่งแรก ร่วมกับทาง กอ.รมน.อุดรธานี ซึ่งหลังจากนี้เราจะรวบรวมหลักฐานการเข้าบุกรุกป่า เพื่อแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.หนองแสง ในการติดตามหาตัวนายทุนที่เข้ามาบุกรุกกระทำความผิด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงวานด้วยว่า พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าพันดอน-ปะโค บริเวณที่ตรวจยืดจากนายทุนแปลงนี้ เป็นพื้นที่ป่าสงวนที่ถูกกันจากเขตปฏิรูป มีราษฎรอ้างสิทธิในการเข้าทำกิน 36 ราย และได้รับสิทธิอยู่ในพื้นที่ตามมติ ครม.30 มิ.ย.41 ระหว่างรอการสอบสวนสิทธิ โดยห้ามไม่ให้เปลี่ยนมือ-บุกรุกป่าเพิ่มเติม ขณะที่กำลังตรวจสอบให้สิทธิทำกิน หรือ สทก. ซึ่งก่อนหน้านี้ในปี 60 ยึดพื้นที่ใกล้เคียงลักษณะเดียวกัน 2 แปลง รวม 27-1-103 ไร่….

This slideshow requires JavaScript.

ตร.ลุยหาหลักฐานเอง เด็กสาว16ยังไม่แจ้งความอดีต ผอ.

ตำรวจไม่รอให้เด็กสาว 16 แจ้งความเอาผิด อดีต ผอ.ส่งจดหมาย “ต้องการเงินโทรหาเบอร์….” แล้วขอซื้อบริการ ส่งตำรวจเก็บข้อมูลหาทางเอาผิด ขณะพ่อแม่เด็กบอกอย่างไปยุ่งกันเขา อาจจะไม่มีการแจ้งคงวาม

เมื่อวันที่ 9 มกราคม ผู้สื่อข่าวเข้าพบ พ.ต.อ.จักรภพ สุคนธราช รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี สอบถามข่าว “อดีต ผอ.” แจกเศษกระดาษที่เขียนข้อความด้วยลายมือ “สนใจต้องการเงินใช้ โทร 084-xxxxxxx” ให้กับเด็กสาวในเขต อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี เพื่อขอซื้อบริการ เมื่อเด็กสาววัย 16 ปีไม่เล่นด้วย ส่งข้อความข่มขู่จะส่งคนไปสั่งสอน ทำให้เด็กกลัวโพสข้อความ เตือนเด็กสาวในพื้นที่ลงเพจ “แหม่นโพธิ์ดำ” ทำให้ปิดเครื่องไม่รับโทรศัพท์ และลูกสาวออกมาขอโทษ บอกว่าพ่อมีปัญหาทางจิต

พ.ต.อ.จักรภพ สุคนธราช รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยว่า คงต้องเริ่มจากการที่มีผู้เสียหายเข้ามาร้องทุกข์กับทางตำรวจก่อน เพื่อตำรวจจะได้สืบสวนสอบสวนว่า เหตุเกิดอย่างไร มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง และคนทำมีความผิดอะไรแค่ไหน เพื่อที่จะดำเนินการสอบสวนว่า จะมีความผิดเข้าตามกฎหมายข้อใด ทั้งนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปพื้นที่หาข้อมูลเบื้องต้นแล้ว เพื่อรอให้เด็กเข้ามาแจ้งความ

ทั้งนี้หากเด็กไม่เข้าแจ้งความ ทางตำรวจจะดูว่า หลังได้ข้อมูลจะดูข้อเท็จจริง ว่าการกระทำของเขาต้องมีผู้เสียหายหรือไม่ หากไม่มีผู้เสียหาย ตำรวจเราก็จะเข้าไปดำเนินการได้เลย แต่อย่างน้อยเราต้องรู้ว่า ข้อเท็จจริงทางคดีเป็นอย่างไร มีความผิดที่มีการกระทำอย่างไรเกิดขึ้นบ้าง จะได้เริ่มการสอบสวน ซึ่งทางตำรวจกำลังดำเนินการ โดยทาง สภ.กุมภวาปี มีการออกทำงานไปแล้วบางส่วน เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นมีผู้ใหญ่และประชาชนให้ความสนใจมาก

ผู้สื่อข่าวโทรศัพท์สอบถาม น.ส.เอ นามสมมุติ อายุ 16 ปี เด็กสาวที่โพสข้อความ สอบถามการจะเข้าแจ้งความกับตำรวจหรือไม่ ได้รับตำตอบว่า เมื่อวานก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากทางจังหวัดมาหา สอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น ซึ่งก็ตอบไปตามความจริง แต่ทางตำรวจก็ไม่ได้ว่าอะไรอีก โดยเรื่องที่เกิดขึ้นได้บอกให้พ่อแม่ทราบ แล้ว ซึ่งทางพ่อแม่ไม่ได้ว่าอะไร บอกเพียงว่า “อย่าไปยุ่งกับเขา” อาจจะไม่มีการแจ้งความ…….

01020103

ประกวดข้าวอุดรธานีฟ้องคุณภาพต่ำน่าห่วง

การปลูกข้าวแบบเน้นปริมาณ ทำให้ข้าวหอมมะลิ-ข้าวเหนียวเมล็ดยาว ที่คัดมาเพื่อเข้าประกวด คุณภาพต่ำน่าเป็นห่วง ทั้งหอมมะลิไม่ถึงเกณฑ์ประกวดระดับประเทศ เหนียวเมล็ดยาว 43 ตัวอย่าง ผ่านเกณฑ์เพียง 11 ตัวอย่าง

 

เมื่อวันที่ 9 มกราคม ที่สำนักงานพาณิชย์ จ.อุดรธานี นายสิธิชัย จินดาหลวง รองผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี เป็นประธานคณะกรรมการตัดสินการประกวดข้าวหอมมะลิ และข้าวเหนียวเมล็ดยาว จ.อุดรธานี ประจำปีเพาะปลูก 60-61 โดยนายประเสริฐ ฝ่ายชาวนา พาณิชย์ จ.อุดรธานี นำคณะกรรมการจาก สนง.เกษตรจังหวัด , ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว และตัวแทนจากโรงสีข้าว ซึ่งผลการตัดสินปรากฏว่า

0201

ข้าวหอมมะลิ ประเภทเกษตรกรรายบุคคล อันดับ 1 นายภิญโญ ฝ้ายสีงาม ม.4 ต.เชียงเพ็ง อ.กุดจับ , อันดับ 2 นางม้วย กุญชรน้อยม.13 ต.เชียงเพ็ง อ.กุดจับ , อันดับ 3 นางพวงเพชร วงษ์เชียงเพ็ง ม.2 ต.เชียงเพ็ง อ.กุดจับ และชมเชย นายประไพ คำวิไลม.5 ต.หนองไผ่ อ.เมือง

ข้าวหอมมะลิ ประเภทกลุ่มเกษตรกร อันดับ 1 ไม่มี , อันดับ 2 ศูนย์ข้าวชุมชน ต.กุดจับ ม.4 ต.กุดจับ อ.กุดจับ , อันดับ 3 ศูนย์ข้าวชุมชนตำบลเสอเพลอ ม.19 ต.เสอเพลอ อ.กุมภวาปี

ข้าวเหนียวเมล็ดยาว ประเภทเกษตรกรรายบุคคล อันดับ 1 นางบุญหลาย สัตธรรม ม.11 ต.หนองอ้อ อ.หนองวัวซอ , อันดับ 2 นายเสถียร คำแสนโคตร ม.14 ต.นาม่วง อ.ประจักษ์ศิลปาคม , อันดับ 3 นางมะลิวัลย์ เพียงสามารถ ม.11 ต.หนองอ้อ อ.หนองวัวซอ และชมเชย นางทองคูณ หาญณรงค์ ม.5 ต.ค้อใหญ่ อ.กู่แก้ว , นายแสงเลิศกงซุย ม.2 ต.โพนสูง อ.ไชยวาน , นางแสงจันทร์ พรมแสงใส ม.1 ต.ดอนกลอย อ.พิบูลย์รักษ์

สำหรับการตัดสินในครั้งนี้ ใช้การตรวจสอบพันธุ์-สิ่งเจือปนด้วยสายตา , การตรวจสอบด้วยการสีหาเปอร์เซ็นต์ข้าวสาร และการตรวจสอบด้วยการต้ม (นำมาใช้ปีแรก) ผลการตรวจสอบพบว่าคุณภาพข้าว ของเกษตรกรอุดรธานีต่ำมาก ทั้งที่เป็นข้าวคัดมาประกวด โดยข้าวหอมมะลิรายบุคคล 23 ตัวอย่าง ถูกคัดออกด้วยสายตา 9 ตัวอย่าง ขณะน้ำหนักต้นข้าวสูงสุดเพียง 45 เปอร์เซ็นต์ หรือหอมมะลิกลุ่ม 4 ตัวอย่าง ถูกคัดออกด้วยสายตา 2 ตัวอย่าง น้ำหนักต้นข้าวก็ต่ำเช่นกัน

0203

ส่วนข้าวเหนียวเมล็ดยาว ที่หมายถึงข้าวเหนียว กข.6 หรือข้าวเหนียวหอมอุดรธานี ส่งเข้าประกวด 43 ตัวอย่าง ถูกคัดออกด้วยสายตา 6 ตัวอย่าง ขณะน้ำหนักต้นข้าว 25-57 กรัม และที่น่าตกใจการการตรวจสอบถ้วยการต้ม 14.5 นาที พบว่ามีข้าวเหนียวเมล็ดยาวผ่านเกณฑ์สูงกว่า 80 เปอร์เซ็นต์เพียง 11 ตัวอย่างเท่านั้น หรือเท่ากับว่า มีข้าวเหนียวเมล็ดยาวหรือ กข.6 เพียง 11 ตัวอย่าง ที่เหลือเป็นข้าวสายพันธ์อื่น ที่มีลักษณะเมล็ดคล้าย กข.6

นายสิธิชัย จินดาหลวง รองผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า การประกวดข้าวในระดับจังหวัด ก็หวังว่าจะส่งไปประกวดระดับประเทศ หากได้รางวัลก็จะมีชื่อเสียง ตลอดก็จะสนใจซื้อข้าวจากอุดรธานี แต่ผลการตรวจคุณภาพข้าวปีนี้พบว่าต่ำมาก ต่ำกว่าเกณฑ์ที่จะส่งไปประกวด มีความเป็นห่วงว่าจะมีปัญหามากขึ้น เพราะที่ผ่านมาเรามุ่งแต่เรื่องปริมาณ ต่อไปเราจะต้องให้ความสนใจคุณภาพมากขึ้น โดยจะตรวจสอบเรื่องเดิมในปีที่แล้ว กรณีพันธุ์ข้าวที่หน้าตาเหมือน กข.6 แต่คุณภาพต่ำกว่า ว่าดำเนินการไปถึงไหนแล้ว….

นร.แฉอดีต ผอ.ตัณหากลับแจกเบอร์ขอซื้อบริการ

นร.มัธยมสาว 16 ปี แฉผ่านเพจแหม่มโพธิ์ดำ เฒ่าตันหากลับแจกเบอร์โทรล่อเหยื่อให้เงินเด็ก โทรไปกลับขอซื้อบริการไม่ยอมขู่ทำร้าย เปิดปากกับนักข่าวแฉซ้ำ แนะนำตัวเป็น สท. ความจริงเป็นอดีต ผอ.โรงเรียน ลูกสาวมาแจงพ่อมีปัญหาทางจิต

เมื่อวันที่ 8 มกราคม น.ส.เอ นามสมมุติ อายุ 16 ปี นักเรียนมัธยมในพื้นที่ อ.กุมภวาปี กับเพื่อนนักเรียนหญิง 2 คน ร่วมเปิดเผยกับผู้สื่อข่าว หลังโพสข้อความ ลงในเพจแหม่มโพธิ์ดำ ระบุว่า “#สท ขอซื้อบริการเด็ก #พอเด็กไม่ขาย #ขู่ทำร้าย สวัสดีค่ะ เตือนภัยสาวๆ อ.กุมภวาปี มีคนสูงอายุยื่นกระดาษเล็กๆให้ ในกระดาษเขียนว่าสนใจทำงานติดต่อมาที่นี่ หลังติดต่อไปก็ขอซื้อบริการ อยากให้รู้ว่าศักดิ์ศรีไม่ได้มีไว้ขาย และซื้อบริการกับเยาวชนไม่ผิดเหรอ พอปฏิเสธไปลุงขู่ทำร้ายอีกค่ะ ควีน เด็กเป็นเหยื่อหลายคนเลย ” โดยมีผู้มาแสดงความคิดเห็น และให้ข้อมูลเพิ่มเติมจำนวนมาก

น.ส.เอฯ และเพื่อนักเรียนหญิงอีก 2 คน ร่วมกันให้ข้อมูลและนำไปดูจุดที่พบผู้สูงอายุ ที่ศาลเจ้าปู่-ย่า ริมน้ำปาว , ถนนเลียบลำน้ำปาว ในเขตเทศบาลตำบลกุมภวาปี โดยมีการอ้างตัวว่าเป็นสมาชิกสภาเทศบาล (สท.) แต่จากการตรวจสอบกันเอง พบว่าเป็นอดีตผู้อำนวยการโรงเรียน ที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว ที่ผ่านมาได้บอกให้ผู้ปกครองรู้ ท่านให้หลีกเลี่ยงไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยว และยังปรึกษากันว่าน่าจะไปแจ้งความ แต่ยังไม่พร้อมจะไปแจ้ง อาจจะไปพบตำรวจเร็วๆนี้

s004ฟ

น.ส.เอฯ และเพื่อนๆ เล่าว่า ทั้งสามคนได้กระดาษเขียนข้อความ “สนใจต้องการเงินใช้ โทร 084-xxxxxxx” จากผู้สูงอายุคนเดียวกัน โดย น.ส.เอฯ รับมา 3 ครั้งๆแรกที่ร้านขายเครื่องสำอางในตลาด ครั้งที่สอง ในปั้ม ปตท.กุมภวาปี และครั้งที่สามถนนเลียบลำน้ำปาว ขณะที่เพื่อนอีก 2 คน พบกับชายคนนี้เพียงคนละ 1 ครั้ง แต่ก็ไม่มีใครโทรฯกลับไป เชื่อว่าจะต้องมีเด็กผู้หญิงตกเป็นเหยื่อ

“ โดยครั้งที่สามเขาขับรถกระบะมาตามถนน เปิดกระจกรถเรียกให้เข้าไปหา ถามชื่อ อายุ เรียนที่ไหน มีแฟนไหม แล้วก็ขอเบอร์โทรฯ เมื่อไม่ให้ก็ข่มขู่จึงต้องยอมให้หลังจากนั้นก็ไลน์มาคุยด้วย ข้อความมีแต่ถามเรื่องที่ไม่สามารถพูดได้ ซึ่งตนก็ตอบไปว่า ไม่ได้ทำอย่างที่คิด ส่วนที่ว่าเขาโพสข้อความมีการข่มขู่ จึงไปหาตามเฟสบุ๊คก็พบ ได้แชตไปถามว่าเบอร์ที่ให้มาใช้เบอร์เขาไหม ทำแบบนี้ได้อย่างไร ด้วยอารมณ์โกรธเลยพูดไม่ดีกับเขาไป เขาก็เลยมาว่าเป็นเด็กก้าวร้าว จะเอาคนมาสั่งสอน ทำให้เกิดความกลัวขึ้นมา ”

น.ส.เอฯ และเพื่อนๆ เล่าว่า ช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ไม่รู้ด้วยว่าชายคนนี้เป็นใคร เขียนมาบอกว่าเป็น สท.ทำให้ยิ่งเกิดความกลัวมากขึ้น แต่พอเรามาเช็คดูจากเพจเขา และมีคนให้ข้อมูลในเพจ ทราบว่าเขาเป็นอดีต ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่งที่เกษียณไปแล้ว เคยมีคนลองโทรไปเขาก็บอกจะให้เงิน 1,000-1,500 บาท หรือไม่ก็บอกจะรับเลี้ยงดู กำลังจะนัดชวนคนที่ถูกลักษณะนี้ ไปกินข้าวเล่าเรื่องที่เจอมาให้กันฟัง ล่าสุด รับการติดต่อจากลูกสาวเขา เขาบอกขอโทษแทนพ่อเขาด้วย เพราะพ่อเขามีอาการทางจิต

ผู้สื่อข่าวติดต่อไปยังหมายเลขโทรศัพท์ตามที่ น.ส.เอฯ ได้รับเศษกระดาษมา เพื่อขอนัดสัมภาษณ์ข้อเท็จจริงจากเรื่องที่เกิดขึ้น แต่โทรศัพท์ถูกปิดเครื่องไว้ ไม่สามารถติดต่อได้…

นทท.1.6แสนลงเรือชมทะเลบัวแดงช่วงปีใหม่

นักท่องเที่ยวล่องเรือชม “ความงานมหัศจรรย์ ทะเลบัวแดง” ไม่ขาดสายจนทะลุ 1.6 แสนคน ชาวเรือรับตรง 7.8 ล้านบาท ปธ.หอการค้าอุดรฯ ระบุเป็นตัวอย่างท่องเที่ยวโดยชุมชน ภาคเอกชนอุดรฯจับมือจังหวัด ผลักดันเพิ่มศักยภาพในพื้นที่อื่น

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก “ทะเลบัวแดง” หนองหานกุมภวาปี จ.อุดรธานี ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่ 2561 ซึ่งเป็นปีที่ “ดอกบัวแดง” เกิดเป็นผืนใหญ่สวยงาม มากกว่าหลายปีที่ผ่านมา ขณะที่ “ท่าเรือท่องเที่ยว” รอบพื้นที่กว่า 25,000 ไร่ รวม 6 ท่าเรือ คือ บ้านเดียม-บ้านดอนคง-บ้านคอนสาย-บ้านแชแล-บ้านโนนน้ำย้อย-บ้านเชียงแหว นำเรือเล็ก-ใหญ่ ออกให้บริการเที่ยวละ 300-500 บาท จากเรือทั้งหมด 367 ลำ ทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมา ในทุกท่าเรือมากกว่าปีที่ผ่านมา
3
เริ่มจากท่าเรือบ้านเดียม ต.เชียงแหว อ.กุมภวาปี เก็บสถิติจากนักท่องเที่ยว ลงเรือล่องชมทะเลบัแดง เริ่มตั้งแต่พิธีบวงสรวง วันที่ 25 พฤศจิกายน – 30 พฤศจิกายน มีผู้ลงเรือชมทะเลบัวแดง 691 เที่ยว 5,528 คน โดยท่าเรืออื่นยังไม่เปิดบริการ , ตั้งแต่ 1 ธันวาคม – 31 ธันวาคม ทุกท่าเรือให้บริการรวม 12,830 เที่ยว จำนวน 102,851 คน โดยท่าเรือบ้านเดียมมีการลงเรืองสูงสุด 8,555 เที่ยว 86,440 คน มีรายได้กระจายไปหลายครัวเรือน

สำหรับช่วงส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่ 31 ธันวาคม – 2 มกราคม “ท่าเรือบ้านเดียม” ยังคงได้รับความสนใจ มีนักท่องเทียวเดินทางมาลงเรือ ชมความงามมหัศจรรย์ของทะเลบัวแดง 2,178 เที่ยว 17,424 คน ขณะทุกท่าเรือ 6,453 เที่ยว 55,565 คน โดยในภาพรวมตั้งแต่เรื่องฤดูท่องเที่ยว จนมาถึงช่วงเทศกาลปีใหม่ วิสาหกิจชุมชุนเรือท่องเที่ยวชมทะเลบัวแดง ออกเรือรับนักท่องเที่ยว 19,974 เที่ยว 163,944 คน มีรายได้เฉพาะค่าเรือกว่า 7.8 ล้านบาท

นายไพรสิทธิ์ สุขรมย์ ประธานวิสาหกิจเรือบ้านเดียม เปิดเผยว่า ปีนี้ธรรมชาติทำให้ “บัวแดง” เกิดและบานเป็นผืนใหญ่ ต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นฤดู ลักษณะเป็นกลุ่มแปลงใหญ่ จนถึงขณะนี้แต่ละกลุ่มบานเต็มพื้นที่ มีตั้งแต่กลุ่มบานกอละ 7-8 ดอก มาเหลือบานกอละ 2-3 ดอก มั่นใจว่าดอกบัวแดงผืนใหญ่ จะบานต่อเนื่องไปจนถึงเดือนมีนาคม โดยในช่วงนั้นนักท่องเที่ยว จะต้องมาตั้งแต่เช้าชมพระอาทิตย์ขึ้น และลงเรือไปชมดอกบัวแดง หากอากาศร้อนดอกบัวจะ “หุบ” โดยมีเวลาชมบัวแดงได้วันละ 3-4 ชม.เท่านั้น

นายธนัชชัย สามเสน ปรานหอการค้า จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า การลงเรือชมทะเลบัวแดง ในหนองหานกุมภวาปี ถือเป็นตัวอย่าง “การท่องเที่ยวโดยชุมชน” ทำให้ชาวบ้านมีรายได้โดยตรง หอการค้าและภาคเอกชนอุดรฯ ช่วยกันสนับสนุนตั้งแต่เริ่ม ขณะที่การท่องเที่ยวโดยชุมชน ที่เริ่มเข้มแข็งแล้วก็จะมี “ลองแพอ่างน้ำพาน” อ.สร้างคอม , “ล่องแก่งชมเขา กินข้าวป่า บ้านคีรีวงกต” อ.นายูง ขณะที่หอการค้าฯกำลังเข้าไปช่วยคือ “วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวสะพานหิน-บ้านท่าลี่” อ.กุมภวาปี

2

“ อุดรธานีได้ตอบรับข้อเสนอภาคเอกชนอุดรฯ ในการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชน จัดให้มีการประชุมครั้งใหญ่ของการท่องเที่ยวชุมชน ที่มีอยู่ประสบความสำเร็จแล้ว , ที่มีอยู่กำลังเติบโต , ที่มีอยู่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ และอยากจัดการท่องเที่ยวชุมชนใหม่ เพื่อทำความเข้าใจแนวทางที่ถูกต้อง การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ จากการท่องเที่ยวชุมชนที่เข้มแข็ง ตลอดจนการรับฟังความคิดเห็นจากชุมชน เพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง สร้างรายได้ให้กับชุมชนตนเอง ซึ่งจะเป็นรายได้ตรงถึงชุมชนนั้นๆ ”….

“บิ๊กหม่อง-โจ๊ก”ลุยอุดรจับ10นายทุนดอกโหดสองผัวเมียหาย

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 , พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. , พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง รอง ผบก.ภ.4 พล.ต.ต.พีรพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.วิธ มุทธสินธุ์ ผกก.สส.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.อ.พิทักษ์ จันทร์เขียว รอง ผบ.มทบ.24 เจ้าหน้าที่ ปปง.นำกำลังจับกุมนายทุนดอกโหด 8 รายรวม 12 คน ในพื้นที่ จ.อุดรธานี ตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี

รายแรกนายสมบูรณ์ เจียมวิทยศรีสกุล นางรัชนี เจียมวิทยศรีสกุล นายภัทรพล เจียมวิทยศรีสกุล หจก.ภัทรพลยนตรกิจ เลขที่ 218/2 ถ.ประจักษ์ศิลปาคม ทน.อุดรธานี หรือตึกนรก ข้อหา “ ฉ้อโกงประชาชน ให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ประกอบธุรกิจให้สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปลอมเอกสารสิทธิ์” โดยมีนายสมบูรณ์ ยืนอยู่ในตึก ซึ่งเปิดเป็นบริษัทค้ารถเก่า ภายในมีรถยนต์หรู 5 คัน ให้ความร่วมมือกับตำรวจเป็นอย่างดี

รายที่ 2 นางรัศมี จินตมาลย์ อยู่เลขที่ 33/14 ถนนตำรวจ ทน.อุดรธานี ข้อหา “ ฉ้อโกงประชาชน ให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ประกอบธุรกิจให้สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปลอมเอกสารสิทธิ์” โดยนางรัศมีฯรอมอบตัวอยู่หน้าบ้าน และกราบขอโทษตำรวจที่แสดงกิริยาไม่สุภาพกับเจ้าหน้าที่ตำรวจขณะขอเข้าตรวจค้นเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่าน และครั้งนี้จะให้ความร่วมมือทุกอย่าง โดยตำรวจได้ยึดรถยนต์ 4 คัน รถจักรยานยนต์ 3 คัน

รายที่ 3 นายณัฐวุฒิ วัฒนกิจจา ซอยวัดป่าโนนนิเวศน์ ถ.อุดรดุษฎี ทน.อุดรธานี , รายที่ 4 นายอานนท์ สวัสดิ์พีระ เลขที่ 112/47 โพนพิสัยซอย 9 ถ.โพนพิสัย ทน.อุดรธานี , รายที่ 5 นางอรุณรัตน์ โพธิราช ถ.เบญจางค์ ทน.อุดรธานี , รายที่ 6 นางวรีรัตน์ มีแก้ว นายสมชาย ทองณรงค์ บ้านหนองแก ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี , รายที่ 7 นายแสงมณี ศิริคุณธรรม เลขที่ 115 หมู่ 2 ถ.อภัยสำราญ ทต.หนองหาน อ.หนองหาน ข้อหา “ ฉ้อโกงประชาชน ให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ประกอบธุรกิจให้สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง”

ส่วนรายที่ 8 นายวัชระ ชาญนิติ และนางพรศิริ ทรัพย์ศิริอยู่คง สามีภรรยา อาคารพาณิชย์ 499/14-15 ถนนรอบเมือง ทน.อุดรธานี ข้อหา “ ฉ้อโกงประชาชน ให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ประกอบธุรกิจให้สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับโดยไม่ได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปลอมเอกสารสิทธิ์” พบเพียงลูกจ้าง เฝ้าสำนักงาน แจ้งว่านายวัชระและภรรยา ไปต่างประเทศ 2 เดือนแล้ว โดยติดประกาศไว้หน้าสำนักงานว่า “ยินดีให้ความร่วมมือกับทางราชการ ลดให้เมื่อมาไถ่ถอนก่อนกำหนด ยินดีขายฝากที่หลุดมาไถ่คืน”

m008

m007

พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ตั้งศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ จากการกู้ยืมเงินโดยสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ที่กองกำกับการสืบสวนทุกจังหวัดทั่วประเทศ ประชาชนได้รับความเดือดร้อน สามารถเข้าร้องทุกข์ได้ สำหรับศูนย์ฯที่กองกำกับการสืบสวน ภ.จ.อุดรธานี ใน สัปดาห์ที่ผ่านมาตำรวจได้สอบปากคำลูกหนี้กว่า 90 ราย ได้รวบรวมหลักฐานขออนุมัติศาลจังหวัดอุดรธานีออกหมายจับ 12 หมาย 8 ราย ซึ่งสามารถจับกุมได้ 10 ราย หลบหนีไป 2 ราย ซึ่งจะได้ตรวจยึดทรัพย์สิน เข้าสู่กระบวนการของ ปปง.ต่อไป

ส่วน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. เปิดเผยว่า วันนี้แสดงให้ประชาชนในพื้นที่เห็นว่า เป็นการบังคับใช้กฎหมายโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมทั้งยึด-อายัดทรัพย์ทั้งหมด ไม่มีนโยบายเจรจาต่อรองกับกลุ่มนายทุนนอกระบบ ส่วนการประนีประนอมถือเป็นอีกเรื่องต้องรอดูกันไป ส่วนการยึดอายัดทรัพย์สินเพื่อตรวจสอบ ใช้อำนาจของพนักงานสอบสวน ตามกฎหมาย ป.วิอาญา แต่ให้ความเป็นธรรมทุกส่วนทั้งนายทุน ทั้งลูกหนี้ ส่วนผู้ต้องหาทั้ง 10 จะยื่นประกันตัว ให้เป็นอำนาจการพิจารณาของหัวหน้าพนักงานสอบสวน ส่วนนายทุนที่หลบหนี เราได้ประสานทนายความแจ้งให้มามอบตัว

“ ในพื้นที่ภาคอีสานมีประชาชนจะเดือดร้อนมากกว่าภาคอื่น เพราะประชาชนมีที่ดินที่นามาก ส่วนภาคกลาง ภาคใต้ จะเป็นเรื่องการจำนำรถยนต์ ผบ.ตร.ได้ฝากถึงตำรวจทุกภาค ให้ร่วมกับ กอ.รมน. ยุติธรรมจังหวัด เข้ามาดู ฝากเรียนถึงผู้เสียหายจะกี่ร้อยกี่พันรายก็ตาม ที่เดือดร้อนจากการทำธุรกรรมฉ้อฉลขอให้มาพบ หลังจากนี้จะดำเนินการตรวจสอบทรัพย์ และเส้นทางการเงินทั้งหมด เพื่อดำเนินการฐานความผิดฟอกเงิน ทรัพย์สินใดมีเหตุเชื่อว่า อาจจะมีการโอน ยักย้าย ถ่ายเท ปกปิด หรือซ่อนเร้นไปให้คนอื่น ทรัพย์สินจำเป็นต้องยึด อายัดไว้ ผลักภาระให้เป็นการตรวจพิสูจน์ เป็นภาระของผู้ถูกอายัด ”

ชาวอุดรธานีส่งความช่วยเหลือชาวลาว4รถบรรทุก

r007

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 ที่หน้าศาลากลาง จ.อุดรธานี นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี นายธนพล จันทรนิมิ รอง ผวจ.อุดรธานี นายสวาท ธีระรัตนนุกูลชัย กรรมกรรหอการค้าไทย และตัวแทนข้าราชการ ประชาชนชาวอุดรธานี ปล่อยขบวนรถบรรทุก “จังหวัดอุดรธานี ร่วมกับภาคเอกชน ประชาชน ช่วยเหลือ ประชาชน สปป.ลาว” ประกอบด้วยรถของ มทบ.24 และป้องกันบรรเทาสาธารณภัย 4 คัน ไปส่งมอบให้กับกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประจำประเทศไทย ณ จ.ขอนแก่น เพื่อส่งต่อความช่สวยเหลือไปยังประชาชนชาวลาวที่ประทบอุทกภัย

นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี กล่าวว่า ตามที่ช่วงเช้าของวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุอุทกภัยในแขวงอัตตะปือ และแขวงจำปาสัก สปป.ลาว ส่งผลกระทบเป็นบริเวณกว้าง และทำให้เกิดความเสียหาย จำนวนมากต่อ ชีวิต บ้านเรือน ทรัพย์สิน สิ่งสาธารณะประโยชน์ ประมง ปศุสัตว์ และพื้นที่การเกษตรของราษฎร สถานการณ์น้ำท่วมดังกล่าวทำให้ประชาชนประสบปัญหาการขาดแคลนเครื่องอุปภคบริโภคเป็นจำนวนมาก

“ จังหวัดอุดรธานีร่วมกับ ภาคเอกชน ประชาชน ได้ตระหนักถึงผลกระทบจากเหตุอุทกภัย จึงได้รับบริจาคเงิน ยารักษาโรค สิ่งของเครื่องใช้ข้าวสาร อาหารแห้ง เพื่อส่งมอบให้ผู้ประสบภัยประกอบด้วย เงินสด 200,000 บาท , น้ำดื่ม สิ่งของเครื่องใช้ เสื้อผ้า ยารักษาโรค ข้าวสาร หาหารแห้ง และอื่นๆ จำนวน 4 คันรถบรรทุก (บรรทุก 6 ล้อ 3 คัน บรรทุก 10 ล้อ 1 คัน) โดยส่งความช่วยเหลือเป็นเที่ยวแรก และเที่ยวต่อไปจะจัดส่งไปในวันที่ 29 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ ”

r006.jpg

จิตอาสาอุดร2,500ทำสะอาดคลองระบายน้ำ1.8กม.

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 ที่สนามโรงเรียนชุมชนบ้านเดื่อ เทศบาลนครอุดรธานี นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี เป็นประธานถวายราชสักการะ เบื้องหาพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ์ บดินทรเทพยวรางกูล และกล่าวให้โอวาสเปิดกิจกรรมจิตอาสา “เราทำดี ด้วยหัวใจ” เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 66 พรรษา 28 กรกฎาคม 2561 พัฒนาและปรับปรุงสภาภูมิทัศน์คลองระบายน้ำขนานทางรถไฟ

นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี ได้นำพลตรีกนก ภู่ม่วง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบก 24 , นายอิทธิพนธ์ ตรีวัฒนสุวรรณ นายก ทน.อุดรธานี หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พ่อค้า ประชาชน นักเรียน นักศึกษา รวมพลังเป็นจิตอาสากว่า 2,500 คน ร่วมปฏิญาณตน และแปลอักษรคำว่า “ ๑๐ จิตอาสา อุดรธานี ” ก่อนปล่อยแถวอาสาปฏิบัติภารกิจตามที่ได้รับมอบหมายรวม 18 กลุ่มๆละ 100 เมตร รวมระยะทางทั้งสิ้น 1,800 เมตร

“คลองระบายน้ำขนานทางรถไฟ” สร้างขึ้นมาหลังจากเกิดน้ำท่วมใหญ่ ทน.อุดรธานี ในปี 2543,44 เป็นคลองดาดคอนกรีตแบบคางหมู เพื่อระบายน้ำฝั่งตะวันออกของทางรถไฟ ออกไปยังลำห้วยหมากแข้งและนอกเมืองอุดรธานี ปัจจุบันสภาพคลองมีกิ่งไม้ วัชพืช และเศษวัสดุ ตลอดจนสองข้างคลองมีหญ้ารกเป็นจำนวนมาก ทำให้การระบายน้ำออกนอกเมืองไม่สะดวก เกิดความล่าช้า เปิดการเน่าเหม็น การรวมพลังจิตอาสาในครั้งนี้ นอกจากจะทำให้น้ำระบายสะดวก ยังจะมีความสะอาดสวยงาม เป็นสถานที่พักผ่อน นันทนาการได้อีกด้วย

รองอธิบดีกรมชลทักแผนพัฒนา“หนองหานกุมภวาปี5ปี”

งบจ้างที่ปรึกษาทำแผน 5 ปี พัฒนาหนองหานกุมภวาปี 30 ล้านใกล้เสร็จ รองอธิบดีนำสื่อสัญจรลงพื้นที่จริง แผนเสนอสร้างประตูน้ำ-สถานีสูบปิด 8 ลำห้วย ซ่อมสร้างเพิ่มเติมกว่า 1,756 ล้าน รองอธิบดีห่วงสถานีสูบน้ำไฟฟ้า จะเป็นอุปสรรคอนุมัติงบประมาณ ขอข้อมูลทางระบายน้ำอ้อมเพิ่ม

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี มาเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 ที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากุมภวาปี บ.ท่าม่วง ม.3 ต.เวียงคำ อ.กุมภวาปี นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมคณะ นำสื่อมวลชนติดตามโครงการ “ศึกษาความเหมาะสมการปรับปรุงโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากุมภวาปี” มีนายจารึก วัฒนโกศัย ผอ.ชลประทานที่ 5 อุดรธานี นายนภดล น้อยไพโรจน์ ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษากุมภวาปี นำตัวแทน บ.ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอน แมนเนจเมนต์ จก.ที่ปรึกษาชี้แจงโครงการ และนำดูพื้นที่ประตูระบายน้ำบริเวณโครงการ

วิศวกรบริษัทที่ปรึกษา ชี้แจงว่า “หนองหานกุมภวาปี” คือจุดรวมน้ำของลำห้วย 8 สาย ถือเป็นต้นน้ำของลำน้ำปาว ไหลไปลงเขื่อนลำปาวที่ จ.กาฬสินธุ์ ปี 2539 กรมส่งเสริมพัฒนาพลังงาน สร้างโครงการนี้ขึ้นมาเรียกว่า “ฝายกุมภวาปี” ประกอบด้วย ประตูควบคุมน้ำขนาดใหญ่ , คันดินยาว 112 กม. , อาคารระบายน้ำ 58 แห่ง , สถานีสูบน้ำ 14 สถานี , คลองส่งน้ำดาดคอนกรีตยาว 111 กม. เป้าหมายพื้นที่ชลประทาน 48,000 ไร่ แต่ไม่สามารถเก็บกักน้ำได้เต็มที่ 106 ล้าน ลบม. เพราะมีน้ำท่วมนอกคันดิน จึงเก็บกักน้ำไว้ได้เพียง 70-80 ล้าน ลบม.

กรมชลประทานรับถ่ายโอนมาปี 2553 ปัจจุบันโครงการผ่านการใช้งานมากกว่า 20 ปี การบริหารจัดการน้ำไม่มีประสิทธิภาพ จึงได้ปรับปรุงสถานีสูบน้ำ เปลี่ยนเครื่องปั้ม-ท่อ และสร้างคลองส่งน้ำรางยู แทนคลองสี่เหลี่ยมคางหมู และให้ที่ปรึกษามาศึกษาความเหมาะสม ตั้งแต่ 6 พ.ค.60 – 1 ส.ค. 61 วงเงิน 30 ล้านบาท สรุปข้อเสนอ ให้สร้างประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำปากลำห้วย 8 แห่ง , สร้างสถานีสูบน้ำเพิ่ม 9 แห่ง , ปรับปรุงอาคารระบายน้ำ 33 แห่ง , ปรับปรุงคูระบายน้ำ 43 กม. และเปลี่ยนท่อส่งน้ำ 13 กม. ในแผนปฏิบัติการณ์ 5 ปี วงเงิน 1,756 ล้านบาท ซึ่งจะเพิ่มพื้นที่เกษตร 20,000 ไร่ และลดพื้นที่น้ำท่วม 21,000 ไร่

วิศวกรบริษัทฯที่ปรึกษา ตอบคำถามด้วยว่า แผนพัฒนาที่เสนอจะไม่กระทบกับ “ทะเลบัวแดง” พร้อมระบุได้นำเสนอแนวทาง การระบายน้ำด้านนอกคันดิน ให้น้ำจาก 8 ลำห้วย ไหลอ้อมหนองหานกุมภวาปี ไปลงยังลำน้ำปาว หลังประตูระบายน้ำได้อีกทางหนึ่ง แต่อยู่นอกเหนือการศึกษา ยังไม่มีรายละเอียดต้องศึกษาเพิ่มเติม และเสนอให้มีการศึกษาความเหมาะสม ฝายบ้านกุดนาค้อ ต.ตาดทอง อ.ศรีธาตุ จ.อุดรธานี อยู่ท้ายน้ำของลำน้ำปาว จะเพิ่มพื้นที่ชลประทานอีก 10,000 ไร่

นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน ได้ตั้งข้อสังเกตว่า การสร้างประตูระบายน้ำ มีสถานีสูบน้ำเข้า-ออก รับมือกับน้ำท่วมพื้นที่ จะทำให้มีค่าใช้จ่ายเรื่องค่าไฟฟ้า จะนำค่าใช้จ่ายนั้นมาจากไหน สามารถเบิกจ่ายจากงบได้หรือไม่อย่างไร น่าจะเป็นคำถามในเรื่องการของบประมาณ และขอให้ที่ปรึกษาส่งรายละเอียด ทางระบายน้ำอ้อมหนองหานกุมภวาปี แนการสูบน้ำแก้ไขน้ำท่วมขังมาเพิ่มเติมด้วย

นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า โครงการฯนี้เกิดมาแล้วกว่า 20 ปี อาคารที่มีอยู่ คลองส่งน้ำ ชำรุดทรุดโทรมอย่างมาก อาคารควบคุมปล่อยน้ำปิดเปิดอัตโนมัติไม่ทำงาน ไม่สามารถส่งน้ำให้มีประสิทธิภาพได้ พอฤดูน้ำหลากน้ำก็เต็มระบายไปไหนไม่ได้ ภายนอกก็เต็มพื้นที่การเกษตรก็ถูกน้ำท่วมด้วย ทำให้เก็บกักน้ำได้เต็มที่ตามแผน ผลทางการศึกษาคงดำเนินการไม่ได้ทันที จะทำได้ก็ระยะ 4-5 ปี โดยให้สำนักงานชลประทานที่ 5 นำเข้าแผนขอรับการสนับสนุนงบแต่ละปี ตามลำดับความสำคัญ

“ ทำให้อันดับแรกที่จะต้องเร่งทำก็คือ การปรับปรุงปฏิทินการเพาะปลูก เหมือนกับที่ทำกันในภาคกลาง หรือจะเป็นการเลี้ยงปลาน้ำจืด ที่มีราคาดีได้หรือๆไม่ เรื่องนี้ก็ต้องใช้เวลาพอสมควร หรือเรื่องบริหารจัดการน้ำ ด้วยปัญหาบุคลากรที่มีจำกัด พื้นที่ในการดูแลตรวจสอบมาก เฉพาะคันดินรอบก็ยาวถึง 111 กม. ทำให้ต้องขอความร่วมมือจากกลุ่มผู้ใช้น้ำ ใช้ดูแลทรัพย์สินและจัดการน้ำร่วมกัน ”

นายเฉลิมเกียรติฯ กล่าวอีกว่า น้ำไหลเข้ามาในหนองหานกุมภวาปีสูงถึง 600 ล้าน ลบ.ม. กักเก็บได้ไม่ถึง 100 ล้าน ลบ.ม. ที่เหลือส่งต่อไปยังเขื่อนลำปาว ที่ต้องควบคุมน้ำที่นั่นถึง 2,000 ล้าน ลบ.ม. ต่อไปเราต้องเชื่อมระบบการจัดการน้ำที่สมบูรณ์มากขึ้น ทั้งระบบข้อมูลสารสนเทศ ที่จะต้องทำระบบโทรมาตรการเตือนภัย ต้องมีการเตือนภัยให้ชาวบ้านรู้ถึงสถานการณ์น้ำก่อน ถึงตอนที่มีน้ำมามาก เราเก็บน้ำไม่ได้ เราต้องปล่อยน้ำออกไป ต้องมีการสื่อสารกับด้านล่างที่รับน้ำต่อให้เข้าใจ เพื่อเตรียมการรับมือ

นายเฉลิมเกียรติฯ ตอบข้อซักถามด้วยว่า เมื่อสามารถบริหารจัดการน้ำได้ดี ไม่น่าจะส่งผลกระทบกับแหล่งท่องเที่ยว”ทะเลบัวแดง” แต่จะส่งผลดีให้มีบัวบานมากขึ้น ส่วนระบบนิเวศซึ่งในพื้นที่มีโรงงานน้ำตาล เกษตรกรที่ต้องการใช้น้ำดี ชลประทานมีการตรวจวัดคุณภาพน้ำ ดูว่าปริมาณออกซิเจนมีเท่าไหร่ เพราะนอกจากเกษตรกรใช้น้ำเราแล้ว น้ำประปาของอำเภอก็ใช้จากที่นี่ปีละเกือบ 10 ล้าน ลบ.ม. ฉะนั้นน้ำที่นี่ต้องสะอาด เราจึงต้องช่วยกันดูแล ….
///////////

ญาติติดใจ ม.6 แฝดน้องขี่ จยย.หาย7วันกลายเป็นศพ

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 26 กรกฎาคม พ.ต.ท.องอาจ ปลัดขวา สว.(สอบสวน) .สภ.บ้านผือ จ.อุดรธานี รับแจ้งออกไปสอบสวนเหตุ นายยุทธศาสตร์ จำปาทอง อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14 หมู่ 6 ต.โพธิ์ตาก อ.โพธิ์ตาก จ.หนองคาย ขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีขาวแดง ทะเบียน คทว 49 อุดรธานี แหกโค้งตกลงไปในพงหญ้าข้างทางเสียชีวิต บริเวณทางโค้งถนนบ้านผือ-บ้านค้อ หมู่ 3 ต.บ้านผือ อ.บ้านผือ

ที่เกิดเหตุพบสภาพศพเน่าจนแห้ง เนื้อหลุด ใบหน้าหายเหลือแต่กะโหลก สวมเสื้อยืดสีน้ำเงิน คลุมทับด้วยเสื้อยีนแขนยาว กางเกงยีน รองเท้าแตะ โทรศัพท์มือถือ ภายในกระเป๋าเงินหนังสีน้ำตาล พบเงินสด 120 บาท บัตรเอทีเอ็ม ใบขับขี่ กระเป๋าเป้สีน้ำเงินพบสมุดรายงานผลการเรียนโรงเรียนโพธิ์ตากพิทยาคม สมุดบันทึกการอ่าน เอกสารทางราชการ แพทย์ระบุเสียชีวิตมาประมาณ 7 วัน

นายยุทธพงษ์ จำปาทอง อายุ 18 ปี พี่ชายฝาแฝดผู้ตายเดินทางมาดูศพ ยืนยันว่าเป็นนายยุทธศาสตร์ น้องชายฝาแฝดจริง เรียนอยู่ชั้น ม.6 โรงเรียนโพธิ์ตากพิทยาคม อ.โพธิ์ตาก จ.หนองคาย ก่อนเกิดเหตุ ค่ำวันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม พ่อได้ใช้ผู้ตายมาส่งเอกสารที่ อ.บ้านผือ โดยผู้ตายขี่รถจักรยานยนต์มาคนเดียว เวลาประมาณ 20.00 น. ผู้ตายได้โทรศัพท์ไปบอกพ่อว่าส่งเอกสารเสร็จแล้ว แต่ได้ไปแวะกินเหล้าที่หอพักเพื่อน นักศึกษาวิทยาลัยการอาชีพ อ.บ้านผือ และบอกว่าจะกลับบ้านแล้ว ให้พ่อรอกินข้าว จน 21.00 น. พ่อโทรหาแต่ไม่รับสาย โดยขอขอนำศพไปพิสูจน์หาสาเหตุว่าเป็นอุบัติเหตุ หรือฆาตกรรม ..

มหกรรมสหกรณ์2-6สิงหาที่ UDทาวน์ยิ่งใหญ่

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 ที่โรงแรมเซ็นทารา นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี พร้อมกับนายดุสิต ทองทา สหกรณ์ จ.อุดรธานี ร่วมแถลงข่าวงาน “มหกรรมเครือข่ายสินค้าเมืองอุดรธานี” ระหว่างวันที่ 2-6 สิงหาคม 2561 ณ ลานเดอะแลนด์ ศูนย์การค้ายูดี.ทาวน์อุดรธานี ภายในงานจัดให้มีการจัดนิทรรศการจำลอง จัดแสดงโมเดลเสมือนจริง การเสวนา เรื่องศาสตร์ของพระราชา สู่การพัฒนายั่งยืน , การจัดแสดง-จำหน่ายสินค้าของสหกรณ์-เครือข่าย และความบันเทิง ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เคยจัดมา

นายดุสิต ทองทา สหกรณ์ จ.อุดรธานี กล่าวว่า นอกจากการจัดแสงและจำหน่ายสินค้า ของสหกรณ์ในพื้นที่อุดรธานี ยังมีสินค้าจากเครือข่ายรวมมากกว่า 220 ราย ผู้มาร่วมงานยังจะได้สัมผัสกับกิจกรรมที่ยิ่งใหญ่ อาทิ การแสดงนิทรรศการน้อมนำศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาสหกรณ์ยั่งยืน โมเดลจำลองนิทรรศการเหมือนจริง “โครงการพระราชดำริหุบกะพง เพชรบุรี- สหกรณ์โคนมหนองโพ ราชบุรี- ลานวิถีเกษตรกรรมชาวสหกรณ์-เกษตรทฤษฎีใหม่สู่โคกหนองนาโมเดล”

“ ทุกวันจะมีเวทีเสวนาลานวิถีเกษตรกรรม ในหัวข้อเรื่อง ศาสตร์พระราชาเศรษฐกิจพอเพียง-เกษตรแปลงใหญ่กับการสหกรณ์ – ไทยนิยม ยั่งยืน – การตลาดยุคใหม่ , การสอนวิชาชีพ ไข่เค็มสมุนไพร – น้ำยาล้างจาน สบู่ แชมพู – น้ำมันหอมระเหย สเปรย์สมุนไพร – ตกแต้งกระเป๋าผ้าเอนกประสงค์ , กิจกรรมนาทีทองสินค้าราคาถูกวันละ 3 รอบ และเวทีความบันเทิงจากศิลปินช่วงกลางคืน ”

นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี กล่าวว่า อุดรธานีขับเคลื่อนด้วยยุทธศาสตร์ ที่ต้องเดินหน้าด้วยงบประมาณ โดยยุทธศาสตร์ที่ 2 การกระจายรายได้สู่ฐานราก ด้วยการเกษตรอุตสาหกรรมและการแปรรูป ทำให้เราต้องกระตุ้นภาคการเกษตร ส่งเสริมในการตลาดนำการผลิต จัดให้มีพื้นที่จำหน่ายสินค้า นำผู้ผลิตมาพบผู้บริโภค รวมไปถึงผู้ค้ารายอื่นๆ เราออกไปแสดงสินค้าที่กรุงเทพ ต่างจังหวัด และพื้นที่เราเอง จังหวัดอื่นก็มาจัดงานในพื้นที่เราด้วย ก็ทำให้อุดรธานีส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยว ให้มีความเข้มแข็งไปด้วย โดยการจัดงานของสหกรณ์ครั้งนี้ จะได้เป็นเวทีถ่ายทอดศาสตร์พระราชา ในหลวงรัชกาลที่ 9 กระตุ้นให้เกิดเกษตรใหม่ๆมากขึ้น….
/////////////

แรงงานลาวในอุดรส่งบะหมี่-ปลากระป๋องช่วยบ้านเกิด

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี นายวัฒนา พุฒิชาติ ผวจ.อุดรธานี ใช้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือประชาชนชาวลาวประสบภัยน้ำท่วม มาตั้งแต่วานนี้และมีองค์กรการกุศล พ่อค้า ประชาชน ทยอยเดินทางนำเงินสด เสื้อผ้า อาหารแห้ง น้ำดื่ม มาร่วมบริจาคเป็นจำนวนมาก และวันนี้ยังมีแรงงานชาวลาว ที่อพยพมาทำงานในพื้นที่ จ.อุดรธานี ก็นำสิ่งของมาฝากไปให้ชาวลาวเช่นกัน

นางแพง สมบัติ อายุ 30 ปี ราษฎรแขวงไซยะบุรี สปป.ลาว กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนและสามีเดินทางมาทำงานที่ อ.เมืองอุดรธานี อย่างถูกต้องตามกฎหมาย วันนี้นำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 3 กล่อง ปลากระป๋อง 1 กล่อง มาฝากส่งไปช่วยพี่น้องชาวลาวที่ประสพอุทกภัย ก่อนทราบข่าวการสูญเสียครั้งนี้ กำลังทำงานและนายจ้างมาบอกว่าที่ประเทศลาวเขื่อนแตก รู้สึกตกใจและเสียใจมากกับเหตุการณ์นี้ ถึงแม้ไม่มีญาติอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมก็ตาม แต่คนลาวทุกคนถือว่าเป็นพี่น้องกัน มีอะไรที่จะช่วยเหลือกันได้ก็ช่วยกันยามทุกข์ยาก

” ในฐานะเป็นคนลาว ยากจะขอบพระคุณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ท่านเป็นคนดีมีน้ำใจ ให้ความช่วยเหลือพี่น้องชาวลาว ที่เดือดร้อนทุกทางอยู่ขณะนี้ รวมทั้งให้ความสะดวกแรงงานชาวลาว ที่ทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายในประเทศไทย อยากเดินทางไปขอบคุณท่านด้วยตนเองแต่ไปไม่ได้ ”

นายศักดิ์สิทธิ์ พัวตะนะ อายุ 69 ปี ข้าราชการบำนาญ ชาว อ.เมืองอุดรธานี กล่าวว่า ทันทีที่ทราบข่าวจากสื่อต่างๆ รู้สึกเสียใจและสงสารพี่น้องชาวลาวที่ ประสพอุทกภัยเป็นอย่างมาก เพราะพัดน้ำท่วมอย่างไม่รู้ตัว ซึ่งวันนี้ได้เดินทางมามอบเงินจำนวน 2 พันบาท และส่งกำลังใจให้ชาวลาวที่ประสพอุทกภัยอยู่ขณะนี้ เท่าทีตนเองจะทำได้

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จังหวัดอุดรธานีได้รวบรวมสิ่งของ เพื่อเตรียมส่งผ่านกงสุลไทยประจำนครเวียงจันทน์ ผ่านทางสะพานมิตรภาพไทยลาว จ.หนองคาย เพื่อส่งมอบต่อทางการ สปป.ลาว ส่งต่อไปยังผู้ประสบภัย ขณะที่องค์กรเอกชนหอการค้า จ.อุดรธานี เปิดรับบริจาคเงินส่งไปให้ความช่วยเหลือ , องค์กรการกุศลมูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรมก็ระดมสิ่งของบริจาค เพื่อส่งไปให้ความช่วยเหลือ หรือภาคประชาชนรวมตัวรับบริจาคเฉพาะสิ่งของที่ “เจริญศรีปาร์ค” โดยจัดส่งนำส่งความช่วยเหลือทุกวัน

« Older Entries