ลูกหนี้ทยอยมาหา ตร.อุดรฯทวงคืนนายทุนดอกโหด

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี มาเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ จากการกู้ยืมเงินโดยสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ที่กองกำกับการสืบสวน ภ.จว.อุดรธานี ยังคงมีลูกหนี้ของนายทุนดอกเบี้ยโหด กว่า 10 ราย ทยอยเดินทางมาให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวน ก่อนจะดำเนินการเข้าสู่ขั้นตอนการเรียกนายทุนมาไกล่เกลี่ยเป็นการเบื้องต้น โดยมีทั้งลูกหนี้ในเขต จ.อุดรธานี และ จ.สกลนคร ที่ได้ทำการจำนอง จำนำ ที่ดิน ขายฝาก กับนายทุนในเขตเทศบาลนครธานี ขณะที่วันนี้ไม่มีนายทุนเงินกู้ มาไกล่เกลี่ยกับลูกหนี้ที่เดินทางมาแจ้งความ และสอบปากคำ

นางคำพา ไฮวัง อายุ 59 ปี อยู่ที่ 293 บ เหล่าใหญ่ ต วัฒนา อ ส่องดาว จ สกลนคร เปิดเผยว่า นำที่ดิน 2 แปลง ใน อ.ส่องดาว จ.สกลนคร และ อ.ไชยวาน จ.อุดรธานี มาจำนองกับนายทุนที่ จ.อุดรธานี 1.5 ล้านบาท โดยกู้ไปทำการเกษตร ที่นายทุนคิดดอกเบี้ยร้อยละ 2 บาท ต่อเดือน ตกเดือนละ 30,000 บาท ได้ประมาณ 3 ปี ซึ่งมีทั้งที่ดินที่มาเกษตร และที่ดินที่อยู่อาศัย แต่ที่ผ่านมาตนไม่มีเงินจ่าย ทางเจ้าหนี้ก็จะยืดที่ดิน ทราบข่าวจึงเดินทางมาพบพนักงานสวบสวน เพื่อจะขอไกล่เกลี่ยที่ดินแปลงที่อยู่อาศัยที่ อ.ส่องดาว โดยจะหาเงินมาผ่อนชำระให้ ส่วนที่ที่ อ.ไชยวาน ก็จะยอมให้ยึดไป เพียงแต่จะขอแบ่งที่ดินที่เป็นที่อยู่อาศัย ที่เป็นมรดกจากพ่อแม่ไว้อยู่อาศัยเท่านั้น

พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยว่า ทีมพนักงานสอบสวนระดมสอบปากคำลูกหนี้ และรวบรวมหลักฐานเอกสาร ที่ลูกหนี้แต่ละรายนำมาจำนวนมาก ขณะนี้มีลูกหนี้เข้ามาแจ้งความและสอบปากคำไปแล้ว 90 ราย ซึ่งคงจะใช้เวลาพอสมควร จึงจะขอศาลอนุมัติหมายจับนายทุน ที่มีทั้งรายใหญ่และรายย่อยทั้ง 8 ราย ที่มีรายใหญ่ 3-5 ราย ส่วนที่เหลือเป็นรายย่อย ที่มีลูกหนี้อยู่คนละ 10-20 คน ซึ่งก็มีบางคนที่มาไกล่เกลี่ยที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ กองกำกับการสืบสวน ภ.จว.อุดรธานี

“ ถึงสองฝ่ายมีการไกล่เกลี่ย แต่ภาครัฐยังไม่ได้ไกล่เกลี่ย เพราะเราต้องรวบรวมพยาน เอกสาร หลักฐาน ให้ครบถ้วน เช่น วานนี้มีลูกหนี้มาแจ้งความและสอบปากมากถึง 40 ราย จนถึงวันนี้ก็ยังมีลูกหนี้ที่ทราบข่าวทยอยเดินทางมา ทางตำรวจก็ต้องทยอยสอบปากคำให้ครบทั้งหมด และยังมีบางรายที่มาไกล่เกลี่ยกันเอง ที่เดินทางมาทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ ทั้งที่ทำถูกกฎหมาย โดยลูกหนี้กลัวจะถูกยึดทรัพย์ เพราะไม่ได้ส่งเงินต้นกับดอกเบี้ยมาถึง 3 ปี ไม่เคยติดต่อกับเจ้าหนี้เลย จึงมาให้ตำรวจเป็นพยาน ในการตกลงกันเองว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร ”

พล.ต.ต.พีระพงศ์ฯ กล่าวอีกว่า มูลค่าเอกสารสิทธิที่ลูกหนี้นำมาจำนอง เบื้องต้นมีมูลค่าใกล้ 100 ล้านบาท โดยตีตามโฉนดที่ลูกหนี้นำมา 1 คน นำเอกสารสิทธิมาจำนองจำนำเกิน 2 ฉบับ ส่วนรายที่ถูกนายทุนทำนิติกรรมอำพราง จากจำนำกลายเป็นขายฝาก และถูกนายทุนยึดที่ดินไปแล้ว หากลูกหนี้มีพยานหลักฐานและเอกสารเพียงพอที่เก็บไว้ ขอให้นำหลักฐานต่าง ๆ มาให้กับทางตำรวจในการสอบปากคำ ไม่ใช่มาเป็นเพียงการกล่าวอ้าง โดยให้นำเอกสารต่าง ๆ ที่ทำมาเกี่ยวกับการเป็นหนี้เป็นสินมาด้วย

“ ส่วนนายทุน 8 คน ที่เตรียมจะออกหมายจับ ในข้อหา ฉ้อโกงประชาชน กู้ยืมเงินโดยคิดดอกเบี้ยเกินกว่ากฎหมายกำหนด และประกอบธุรกิจกู้ยืมเงินโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ยังมีบางส่วนจะถูกดำเนินการในข้อหา การปลอมแปลงเอกสารของทางราชการ ที่มีการปลอมรายมือชื่อของลูกหนี้ที่เป็นผู้เสียหาย นอกจากนี้ลูกหนี้ที่ถูกทวงหนี้จากแก็งหมวกกันน๊อค ก็สามารถเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ที่ศูนย์ฯ ได้ ซึ่งพวกนี้จะไม่มีเอกสารหลักฐานเลย แต่เราจะดำเนินคดีเรื่องประกอบธุรกิจกู้ยืมเงินโดยไม่ได้รับอนุญาต หากมีการทำร้ายร่างกายข่มขู่ ก็จะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติม โดยในขณะนี้ยังไม่มีลูกหนี้ที่ถูกเจ้าหนี้ทำร้ายร่างกาย เข้ามาแจ้งความแต่อย่างใด รวมทั้งไม่มีผู้มีอิทธิพล หรือคนมีสี อยู่เบื้องหลังกลุ่มนายทุนเหล่านี้ ”…..
/////////