แรงงานในอิสราเอลลุกได้แล้ว ผวจ.สั่งช่วยกลับบ้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี มาเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน นางยุทธศาสตร์ ทูลกลาง นักวิชาการชำนาญการ สนง.จัดหางาน จ.อุดรธานี เดินทางไปบ้านเลขที่ 180 ม.9 บ.ปะโค ต.ปะโค อ.กุมภวาปี เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงจากนางขวัญใจ อินทร์สาสะกุล อายุ 54 ปี และนางพรรณิภา บุญมาตุ่น อายุ 48 ปี ภรรยาและน้องสาว นายสุรศักดิ์ อินทร์สาสะกุล อายุ 58 ปี คนงานไทยในอิสราเอล ที่ทำงานครบสัญญา 5 ปี แต่ได้หลบทำงานผิดกฎหมายอีกกว่า 9 ปี จนประสบอุบัติเหตุตกบันได กระดูกสันหลังหัก ช่วงล่างไร้ความรู้สึก และถูกนายจ้างทอดทิ้ง จะต้องใช้เงินผ่าตัดกว่า 5 แสนบาท วอนผ่านสื่อมวลชนขอความช่วยเหลือ

นางขวัญใจ อินทร์สาสะกุล และนางพรรณิภา บุญมาตุ่น ภรรยาและน้องสาวผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า เมื่อคืนนี้เพื่อนแรงงานที่อยู่อิสราเอล แจ้งว่ามีเจ้าหน้าที่จากสถานกงสุลไทย ไปเยี่ยมคนเจ็บที่โรงพยาบาล โดยมีอาการดีขึ้น จึงส่งคลิปวิดีโอมาให้ดู โดยคนเจ็บสวมชุดคนไข้ลุกขึ้นยืนได้ ภรรยาและญาติๆที่ทราบข่าวก็รู้สึกโล่งใจ ต่อมาพี่ชายโทรกลับมาบอกว่า หลังเกิดอุบัติเหตุ หมอเกรงว่ากระดูกจะมีปัญหารุนแรง จึงให้นอนนิ่งห้ามกระดุกกระดิก อาจะทำให้กระดูกเคลื่อน ทำให้คนไปเยี่ยมเข้าใจผิด และรู้สึกดีใจที่เจ้าหน้าที่รัฐไม่ทอดทิ้ง

“ มีเพื่อนคนงานไทยในอิสราเอล 2 คน ที่คอยให้ความช่วยเหลือ คนแรกรู้ข่าวจากเพื่อนในโรงพยาบาล มีคนงานไทยบาดเจ็บสาหัส ไม่มีพาสปอร์ตไปรักษาตัว เมื่อเดินทางไปเยี่ยมและจำกันได้ จึงแจ้งตามหาญาติและคนรู้จัก เพื่อนอีกคนตามไปที่ทำงานของคนเจ็บ เพื่อจะเอาพาสปอร์ตและเอกสารประจำตัว แต่ที่ทำงานไม่มีใครอยู่ ประตูถูกปิดเหมือนนายจ้างจะหลบ โดยเพื่อนคนงานบอกว่าหมอยังยันว่า ผู้บาดเจ็บจะต้องรับการผ่าตัด ซึ่งจะต้องใช้เงินสูงถึง 5 แสนบาท ”

ภรรยาและน้องสาว กล่าวอีกว่า อยากจะให้นายสุรศักดิ์ฯกลับบ้าน จึงฝากให้เพื่อนคนงานสอบถามหมอ จะสามารถเดินทางกลับมาได้หรือไม่ เพราะไม่มีเงินเพียงพอจะผ่าตัด หรือหากกลับมารักษาเมืองไทย ก็จะได้ดูแลกันใกล้ชิด หากหมออนุญาตก็จะหาหนทางอื่นต่อ ก็ยังต้องรอคำยืนยันจากเพื่อนคนงาน รวมทั้งเจ้าหน้าที่กงสุลไทยที่นั่น

นางยุทธศาสตร์ ทูลกลาง นักวิชาการชำนาญการ สำนักงานจัดหางานจังหวัดอุดรธานี แจ้งกับญาติว่า นายสุรศักดิ์ผู้บาดเจ็บ เคยไปทำงานถูกต้องตามกฎหมาย แต่อยู่เกินวีซ่า หรือว่าลักลอบหนีแทค ลักลอบทำงาน เมื่อเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน กรมการจัดหางานไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ ทั้งเรื่องเงินช่วยเหลือ หรือเงินกองทุน แต่จะเป็นหน่วยงานกลางประสานงาน เพื่อช่วยเหลือส่งผู้บาดเจ็บกลับบ้าน

นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า รับรายงานจาก สนง.จัดหางานอุดรธานี ได้เดินทางไปพบญาติคนงาน ที่บาดเจ็บในอิสราเอลที่บ้านแล้ว พบว่าเป็นแรงงานไปถูกต้อง แต่ลักลอบทำงานต่อเกินสัญญา ตอนนี้อาการดีขึ้นตามลำดับ เบื้องต้นได้ให้ พมจ.อุดรธานี ลงไปพบญาติเพื่อสอบถาม การขอความช่วยเหลืออะไรได้บ้าง และให้หน่วยงานของกระทรวงการต่างประเทศ คือ สนง.หนังสือเดินทางที่อุดรธานี ประสานกับสถานกงสุลไทยในอิสราเอล รวบรวมข้อมูลกลับมาคุยกันอีกครั้ง เหมือนกับที่เราเคยน้ำคนงานไทยกลับจากไต้หวันมาแล้ว