ขายแรงงาน ตปท.24ปีตกที่สูงอัมพาตอนาถาในยิว

แรงงานไทยวัยดึกในอิสราเอล บาดเจ็บจากการตกที่สูงระหว่างทำงาน เป็นอัมพาตครึ่งท่อนล่าง นายจ้างทิ้งไว้ในโรงพยาบาล ภรรยา-ญาติต้องใช้เงินไถ่ตัว 5 แสน วอนผ่านสื่อขอผู้ใจบุญช่วย พร้อมเปิดชีวิตขายแรงงานในหลายประเทศ 24 ปี บ้านจากหยาดเหงื่อไฟไหม้ นายทุนยึดที่ดิน แต่หมดสัญญาต้องหนีใช้ชีวิตผิดกฎหมาย 9 ปี ในสภาพตาบอด 1 ข้าง จนประสบอุบัติเหตุซ้ำ

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี มาเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ว่ามีการแชร์ต่อภาพและข้อความ ก็อบปี้หน้าเพจแรงงานไทยภายใต้โครงการร่วมมือไทย-อิสราเอล (TIC) ๆไปยังเพจในพื้นที่ จ.อุดรธานีว่า “ช่วยนำหนังสือเดินส่งให้แกที ใครรู้จักผู้ชายคนนี้ ร.บ.(โรงพยาบาล) อากิรอน และติดต่อญาติให้ด้วยครับ ตกจากบันไดห้องพัก กระดูกสันหลังหัก ช่วงล่างขยับไม่ได้อาการสาหัส แกมาได้สิบกว่าปีแล้ว นายจ้างไม่รับผิดชอบครับ” พร้อมภาพชายนอนป่วยบนเตียงในโรงพยาบาล พร้อมกระดาษที่เขียนชื่อว่า “สุรศักดิ์ อินทร์สาสะกุล 180 หมู่ 9 บ้านปะโค ต.ปะโค อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี เมียชื่อ ขวัญใจ อินทร์สาสะกุล”

บ่ายวันเดียวกันผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านตามที่ระบุ พบว่าบ้านหลังดังกล่าวเป็นของนายสุรศักดิ์ฯ แต่บ้านหลังนี้ถูกไฟไหม้หมดทั้งหลังตั้งแต่ปี 55 ส่วนที่ดินประมาณ 50 ต.ร.ว. ถูกยึดเป็นของนายทุนแล้ว และพบนางพรรณิภา บุญมาตุ่น อายุ 48 ปี น้องสาวของนายสุรศักดิ์ฯ ส่วนนางขวัญใจ อินทร์สาสะกุล อายุ 56 ปี ภรรยาของนายสุรศักดิ์ฯ หลังจากบ้านถูกไฟไหม้ ได้ย้ายไปอยู่บ้านของน้องสาวที่ ต.ห้วยเกิ้ง อ.กุมภวาปี ห่างจากบ้านเดิม 3 กม.

นางพรรณิภาฯ น้องสาวนายสุรศักดิ์ฯ เล่าว่า พี่ชายแต่งงานกับนางขวัญใจฯ มีบุตรด้วยกัน 2 คน ชายอายุ 33 ปี หญิงอายุ 31 ปี โดยพี่ชายไปขายแรงงานยังต่างประเทศ ทั้งไต้หวัน บรูไน สิงคโปร์ และสุดท้ายเดินทางไปทำงานเกษตรที่อิสราเอล เมื่อครบสัญญา 5 ปี พี่ชายไม่เดินทางกลับ ยังหลบหนีไปทำงานแบบไม่ถูกกฎหมาย ไม่เคยเดินทางกบลับบ้านมากกว่า 9 ปี เมื่อเช้าเพื่อนพี่ชายโทรมาบอก ว่าพี่ชายตกบันได ขณะปีนขึ้นไปทำงานตามคำสั่ง

“ พี่ชายบาดเจ็บขาขวา และกระดูกสันหลังหัก จากเอวลงมาไร้ความรู้สึก นายจ้างนำตัวส่งโรงพยาบาล พร้อมยึดหนังสือเดินทาง เงินสด เอกสารต่างๆไว้ คงไม่ต้องการรับผิดชอบที่ใช้แรงงานผิดกฎหมาย และสายๆวันนี้มีโทรศัพท์มาแจ้งเป็นเจ้าหน้าที่สถานทูตไทยในอิสราเอล แจ้งข่าวว่าพี่ชายต้องใช้เงินผ่าตัด 5 แสนบาท ก่อนจะนำตัวส่งกลับเมืองไทย จึงแจ้งเรื่องดังกล่าวให้นางขวัญใจ ภรรยาของพี่ชายทราบ ซึ่งญาติพี่น้องต่างเป็นกังวลใจ เพราะมีอาชีพรับจ้างไม่มีเงินมากมายขนาดนั้น ”

ต่อมานางขวัญใจฯ ภรรยานายสุรศักดิ์ฯ มาสมทบเล่าเสริมว่า สามีเริ่มไปทำงานต่างประเทศปี 37 โดยวนเวียนไปหลายประเทศ เคยถูกลอยแพที่บรูไน เงินที่ส่งมาได้ใช้จ่ายในครอบครัวและสร้างบ้าน 2 ชั้น ไม้ครึ่งปูน 1 หลัง จนสุดท้ายไปทำงานอิสราเอลปี 47 กู้เงินนายทุนเดินทางไปทำงาน เมื่อไปถึงได้ส่งนำเงินผ่อนใช้จนหมดหนี้ แต่บ้านก็มาถูกไฟไหม้จนหมด ต้องย้ายไปอยุ่กับน้องสาว สามีก็ไม่ส่งเงินกลับมา จึงต้องไปกู้เงินมาใช้จ่าย 1 แสนบาท จนนายทุนมายึดที่ดินไป

“ เมื่อครบสัญญา 5 ปี สามีไม่ยอมกลับ บอกจะหาเงินมาสร้างบ้าน จึงหลบหนีไปรับจ้างแบบผิดกฎหมาย ถ้าได้นายจ้างดีก็จะจ่ายเงินทุกเดือน แต่ส่วนมากจะถูกนายจ้างเบี้ยว ทำให้ไม่มีเงินส่งกลับบ้าน เงินค่าแรงที่ได้รับก็ถูกคนงานขโมย บางครั้งถูกทำร้ายแล้วชิงเงินไปก็มี ซ้ำร้ายเกิดอุบัติเหตุเมื่อ 2 ปีก่อน นายจ้างให้ตัดต้นกระบองเพชร หนามได้กระเด็นเข้าตา ทำให้ตามองไม่เห็น 1 ข้าง แต่ก็ไม่กล้าไปหาหมอ เพราะเกรงว่าจะถูกจับส่งกลับบ้าน กระทั่งมาเกิดเหตุนี้ ”

ภรรยา และน้องสาว นายสุรศักดิ์ฯ บอกด้วยว่า เคยบอกให้นายสุรศักดิ์ฯกลับบ้าน หลังจากต้องทำงานไม่กลับบ้านเกือบ 10 ปี อายุมากแล้วและตายังบอกด 1 ข้าง แต่เจ้าตัวก็ยังดื้อไม่ยอมกลับ โดยให้เหตุผลว่าจะเก็บเงินกลับมาสร้างบ้าน ทุกคนเป็นห่วงนายสรศักดิ์ฯมาก อีกทั้งยังคิดไม่ออกว่าจะหาเงินที่ไหนส่งไปผ่าตัด จึงวอนผู้ใจบุญช่วยบริจาคเงินช่วยค่ารักษาด้วย