อ่างห้วยหลวงปล่อยน้ำลงคลองส่งน้ำ 20 มิ.ย.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี มาเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2561 ที่ประชุมโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาห้วยหลวง อ.เมือง จ.อุดรธานี นายสิธิชัย จินดาหลวง รองผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการ จัดการชลประทานโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาห้วยหลวง(JMC) โดยมีนายวิชัย จาตุรงค์กร ผอ.โครงการฯ นายอภิชาต ชุมชนมณี ชลประทาน จ.อุดรธานี นำส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง , องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น , ตัวแทนผู้ใช้น้ำ และภาคเอกชน เข้าร่วมประชุมในบรรยากาศที่ดี หลังจากฤดูแล้งที่ผ่านมา โครงได้ส่งน้ำให้เกษตรกรได้ในรอบ 4 ปี

ตัวแทนของกรมอุตุนิยมวิทยา ในพื้นที่ จ.อุดรธานี รายงานว่า กรมอุตุนิยมวิทยาคาดกาลว่า จะมีพายุพัดเข้าในในภาคอีสาน 1 ลูก น้อยกว่าปีที่ผ่านมาที่มี 2 ลูก ขณะคาดหมายว่าปริมาณน้ำในตลอดปีนี้ จะอยู่ในเกณฑ์ค่าเฉลี่ยปกติ โดยฝนที่ตกลงมาในต้นฤดู มีปริมาณเกินค่าเฉลี่ยเล็กน้อย

นายวิชัย จาตุรงค์กร ผอ.โครงการฯ รายงานว่า ฝนที่ตกลงมาต้นฤดูมีปริมาณมากกว่าค่าเฉลี่ย แต่ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างฯกลับมาน้อย เกิดจากฝนไม่ได้ตกเหนืออ่างฯ ล่าสุดมีปริมาณน้ำรวม 59.5 ล้าน ลบม. หรือ 43.9 เปอร์เซนต์ ซึ่งต่ำกว่าปีที่ผ่านมาเล็กน้อย จึงเสนอแผ่นบริหารจัดการน้ำ ด้วยคาดกาลปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างฯตามปกติ ว่าจะมีน้ำเพิ่มเข้าอ่างฯ 151 ล้าน ลบม. และจะจัดสรรน้ำให้ประปา 20.2 ล้าน ลบม. , อุตสาหกรรม 1.3 ล้าน ลบม. , การเกษตร 28.2 ล้าน ลบม. ที่เหลือสำรองเพื่อรั่วซึม และระบบนิเวศน์ 25.6 ล้าน ลบม. รวม 75.29 ล้าน ลบม.

โดยที่ประชุมระบุว่า ปริมาณน้ำในที่ไหลลงอ่างฯ เมื่อสิ้นฤดูฝนจะมีน้ำเต็มความจุ เป็นเพียงการคาดกาล ที่จะต้องเฝ้าระวังติดตาม เพื่อประกอบการบริการจัดการน้ำ โดยลำดับความสำคัญสุดท้าย ของการใช้คือภาคการเกษตร หากฝนตกลงมาทำให้ปริมาณน้ำในอ่างฯน้อย ก็ต้องลดการส่งน้ำให้เกษตรกร หรือบริหารตามภาวะฝน โดยในปีนี้มีแผนการส่งน้ำ ตามคลองส่งน้ำฝั่งขวา และฝั่งซ้าย ตามความต้องการเกษตรกร จะเริ่มวันที่ 20 มิ.ย.ที่จะถึงนี้ ไปจนถึง ต.ค.61

นายสิธิชัย จินดาหลวง กล่าวสนับสนุนข้อเสนอขององค์กรปกครองท้องถิ่น ที่ต้องการจะนำพื้นที่คลองส่งน้ำ ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ มาใช้ประโยชน์เป็นส่วนรวม ไม่ว่าจะเป็นการปรับภูมิทัศน์ให้สวยงาม ใช้เป็นสถานที่พักผ่อน ออกกำลังกาย ตากพืชผลทางการเกษตร โดยให้องค์กรปกครองท้องถิ่น ประสานกับโครงการฯให้เป็นไปตามระเบียบ ซึ่งกรมชลประทานก็มีนโยบายอยู่แล้ว

ส่วนปัญหาคันดินกั้นลำน้ำห้วยหลวง นอกเขตพื้นที่ชลประทาน ที่พังเสียหายในหลายจุด ทำให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร โครงการฯมีงบประมาณจำกัด ขอให้ทำรายงานขอรับความช่วยเหลือไปยังอำเภอ นำเสนอหาช่องทางงบประมาณส่วนอื่นช่วย