สั่งดำเนินการอาญา-แพ่ง รถแร่ลาวตกห้วยยืดเยื้อ

รถแร่ทองแดง สปป.ลาวตกห้วยอุดรฯ ยืดเยื้อมานานกว่า 10 เดือน บริษัทฯขนส่งชี้แจงแก้ไขแล้ว แต่ถูกแย่งว่าสูบแอต่น้ำตะกอนไม่บอก กรมควบคุมมลพิษยืนยัน ห้วยปนเปื้อนทองแดงสูงเกินมาตรฐาน 156 เท่า รอง ผวจ.สั่งเดินหน้าคดีอาญา-แพ่ง ก่อนหมออายุความ ให้โอกาสบริษัทฯส่งแผน 15 มิ.ย.นี้

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 4 มิถุนายน ที่ห้องประชุมคำชะโนด ชั้น 2 อาคาร 2 ศาลาหกลาง จ.อุดรธานี นายธนพล จันทรนิมิ รอง ผวจ.อุดรธานี เป็นประธานประชุมแก้ไขปัญหา รถบรรทุกแร่ทองแดงจาก สปป.ลาว พลิกคว่ำลงลำห้วยสาขาห้วยสามพาด บ.นาดี ต.ผาสุก อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี โดยมีนายไมตรี เนติวิริยกุล รองอัยการ จ.อุดรธานี , นางกุลญดา ทองมณี ผอ.ส่วนสิ่งแวดล้อม สนง.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทสจ.) อุดรธานี , นายสายัณห์ หมีแก้ว นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ สนง.สิ่งแวดล้อมภาค 9 (อุดรธานี) ผู้แทนส่วนราชการ และนายวุฒินันท์ วารุก ผู้แทน บ.เอสเคที.ทราน จก.

นางกุลญดา ทองมณี ผอ.ส่วนสิ่งแวดล้อม ทสจ.อุดรธานี กล่าวว่า รถบรรทุกขนส่งแร่ทองแดงของ บ.เอสเคที.ทราน จก. พลิกคว่ำลงลำห้วยริมถนนมิตรภาพ บ.นาดี ตั้งแต่วันที่ 5 สิงหาคม 2560 ทางราชการออกคำสั่งห้ามบริโภคสัตว์น้ำ บริษัทฯได้เข้าเก็บกู้ตะกอนดิน และฟื้นฟูลำห้วยเป็นการเบื้องต้น แต่เมื่อมีการตรวจพบโลหะหนัก ปนเปื้อนตกค้างอยู่ในแหล่งน้ำ สัตว์น้ำ จึง ให้บริษัทฯชดใช้ค่าตรวจสุขภาพ ค่าวิเคราะห์ดินตะกอน และชดเชยค่าเสียโอกาส 619,305 บาท บริษัทฯแจ้งขอตรวจสอบรายละเอียด จนถึงขณะนี้ยังไม่คืบหน้า และให้บริษัทฯดำเนินการ 6 ข้อ

ที่ประชุมและบริษัทฯชี้แจงว่า 1. ให้เก็บกู้ตะกอนดินและฟื้นฟูลำห้วยระยะทาง 950 เมตร ซึ่งบริษัทฯแจ้งว่าดำเนินการแล้ว ทสจ.ได้แจ้งให้กรมควบคุมมลพิษมาตรวจสอบซ้ำ แต่ฝ่ายปกครองตอบโตว่าเพียงสูบน้ำออก ไม่ได้ขุดลอกตะกอนดินออก , 2.ให้ตรวจสอบสุขภาพคนงานก่อน-หลังเก็บกู้ พร้อมห้ามนำปลามาบริโภค หรือนำไปจำน่าย รับแจ้งว่าดำเนินการ , 3. ให้จัดประชุมทำความเข้าใจชาวบ้าน แผนการเก็บกู้และฟื้นฟูลำห้วย บริษัทแจ้งดำเนินการแล้ว , 4. ให้ขุดลอกระบบน้ำเสียของบ่อขยะ ทน.อุดรธานี ที่บริษัทฯเอาตะกอนดินไปทิ้ง ยังไม่มีการดำเนินการ , 5.จัดทำแผนฟื้นฟูแหล่งน้ำหากพบปนเปื้อน บริษัทแจ้งดำเนินการแล้ว และ 6.ให้ สสจ.ตรวจวิเคราะห์สุขภาพประชาชน

นายสายัณห์ หมีแก้ว นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ สนง.สิ่งแวดล้อมภาค 9 (อุดรธานี) รายงานว่า หลังจากบริษัทฯแจ้งขุดลอกตะกอนดินแล้ว กรมควบคุมผลพิษได้มาเก็บตัวอย่างตะกอนดิน 26 จุด เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2561 และผลวิเคราะห์ออกมาเสื่อ 9 พฤษภาคม 2561 ว่า พบการปนเปื้อนของทองแดงสูงสุด 3,350 มก./กก. ซึ่งมีค่าใกล้เคียงกันกับก่อนขุดลอกตะกอนดิน ขณะค่ามาตรฐานเพียง 21.5 มก./กก. กรมควบคุมมลพิษเสนอให้ทำการฟื้นฟู เพราะค่าเกินกว่าเกณฑ์ฟื้นฟูที่ 140 มก./กก.

นายวุฒินันท์ วารุก ผู้แทน บ.เอสเคที.ทราน จก. แม้จะแจ้งว่าทำการขุดลอกตะกอนดินไปแล้ว แต่ถูกตอบโตจากฝ่ายปกครองเพียงสูบน้ำออก ก็ไม่ได้มีการโตแย้งแต่อย่างใด ชี้แจงเพียงว่า การเข้าเก็บกู้แร่ และฟื้นฟูแหล่งน้ำมีอุปสรรค จากปริมาณน้ำในลำห้วยจากฝน และเรียกร้องให้ทางราชการสนับสนุนอุปกรณ์ “ แฮนด์เฮล” ที่เมื่อมีการขุดลอกตะกอนดินออก ก็สามารถตรวจสอบได้ทันที แต่ที่ผ่านมาต้องรอการตรวจสอบ หลังจากทำงานผ่านไปนานแล้ว

นายธนพล จันทรนิมิ รอง ผวจ.อุดรธานี กล่าวสรุปว่า เวลาผ่านไปใกล้จะครบ 1 ปีแล้ว ชาวบ้านยังคงเดือดร้อนต่อเนื่อง จากประกาศห้ามกินปลา รวมทั้งพืชผักในน้ำ ยังคงมีคำสั่งห้ามอยู่ มันก็จะหนักขึ้นเรื่อยๆ และจากการหารือในข้อกฎหมาย มีความห่วงใยเรื่องอายุความ ได้สั่งการให้เริ่มดำเนินการทางคดีอาญา และคดีแพ่ง ทันทีจะรอการฟื้นฟูต่อไปไม่ได้ ตามแนวทางที่อัยการสูงสุดตอบข้อหารือมา นอกจากนี้ให้ ทสจ.อุดรธานี ทำหนังสือทวงถามบริษัทฯ 1.ค่าใช้จ่ายและค่าชดเชย รวมทั้งค่าใช้จ่ายล่าสุดเพิ่มเติม , 2.ให้บริษัทฯเสนอแผนฟื้นฟูภายในวันที่ 15 มิ.ย.นี้