ชาวอุดรร่วมปลูกต้นไม้ประชารัฐร่วมใจที่ภูฝอยลม

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 24 พฤษภาคม ที่บริเวณผืนป่ารอบโครงการท่องเที่ยวเชิงนิเวศภูฝอยลม ฝั่งทิศใต้ ต.ทับกุง อ.หนองแสง นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมปลูกต้นไม้ ตามโครงการ “ประชารัฐร่วมใจ ปลูกต้นไม้ให้แผ่นดิน” เนื่องในวันต้นไม้แห่งชาติประจำปี 2561 ซึ่งจัดกิจกรรมขึ้นโดย จ.อุดรธานี ร่วมกับ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 อุดรธานี ทหารมณฑลทหารบกที่ 24 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ภาคเอกชน นักเรียน นักศึกษา ในพื้นที่ 50 ไร่ มีต้นไม้ที่ปลูก 10 ชนิด จำนวน 10,000 ต้น อาทิ เช่น ยางนา , พะยอม , ตะเคียนทอง , มะค่าโมง , กันเกรา(มันปลา) , พิลังกาสา , พญาเสือโค่ง , สีเสียดเปลือก , รางผึ้ง(ต้นไม้ประจำ ร.10) และต้นเภกา ฯลฯ

นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักบริหารพื้นที่ 10 อุดรธานี กล่าวถึงความเป็นมาของโครงการว่า จังหวัดอุดรธานีและหน่วยงานที่สังกัดในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้น เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และเป็นการรณรงค์ ส่งเสริมให้หน่วยราชการภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ร่วมกันปลูกต้นไม้เพื่อเป็นการเสริมความรัก สามัคคี ร่วมกันทำความดีเพื่อประเทศชาติ ตามพระราโชบายฯ

นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า กิจกรรมการปลูกต้นเนื่องในวันต้นไม้แห่งชาติ ตามโครงการประชารัฐร่วมใจ ปลูกต้นไม้ให้แผ่นดินครั้งนี้ว่า เป็นการดำเนินงานเป็นปีที่ 2 เป็นความร่วมมือของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและกระทรวงมหาดไทย ในการทำกิจกรรมการปลูกป่าประชารัฐร่วมใจ ปลูกต้นไม้ให้แผ่นดินฯ โดยมีเป้าหมายที่จะปลูกต้นทั่วประเทศทั้ง 77 จังหวัด โดยเริ่มโครงการในวันที่ 23 พฤษภาคม 61 ถึงวันที่ 30 กันยายน 61 โดยมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ปลูกป่านำร่องที่จังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ 23 พ.ค.61 ทั้งนี้หลังจากไปทางกระทรวงทรัพย์ฯ จะทำหน้าที่ส่งเสริมสนับสนุนให้มีการปลูกป่าทั้งในพื้นที่ของรัฐ และเอกชน หรือพื้นที่ส่วนตัวของประชาชนทั่วไป ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

“ กรมป่าไม้และทุกกรมที่สังกัดอยู่ในกระทรวงทรัพย์ฯ ได้เตรียมพันธุ์กล้าไม้ไว้แจกจ่ายประชาชนทั่วไปแล้ว 50 ล้านต้น ประชาชนที่ต้องการพันธุ์กล้าไม้ สามารถไปติดต่อขอพันธุ์กล้าไม้ได้ที่สถานีเพาะชำในพื้นที่ได้ทุกแห่ง ทั้งให้การส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปช่วยกันปลูกป่าในพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม ที่ทางกระทรวงดูแลรับผิดชอบอยู่จำนวน 102 ล้านไร่ และอีกส่วนหนึ่งเป็นป่าเสื่อมโทรมที่กระทรวงฯได้ทวงคืนจากนายทุนมา โดยมีประชาชนมีส่วนร่วมหรือ โครงการประชารัฐร่วมใจฯ ”

นายวิจารย์ฯ กล่าวอีกว่า โครงการฯดังกล่าวจะมีทุกหน่วยงาน ทุกกรม ที่สังกัดอยู่ในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะคอยให้การสนับสนุนพันธุ์กล้าไม้ทุกประเภท พันธุ์กล้าไม้ท้องถิ่น พันธุ์ไม้กินได้ ปลูกในพื้นที่ป่าชุมชน และในป่าเสื่อมโทรม โดยให้ประชาชนทุกมีส่วนร่วมในโครงการด้วยทุกพื้นที่ ทั้งนี้รัฐบาลได้ให้ความสำคัญต่อป่าชุมชนที่เสื่อมโทรม ที่ได้ผ่านความเห็นชอบจาก ครม.แล้ว เพื่อให้ประชาชนใกล้เคียวผืนป่า เข้ามาช่วยกันปลูกเสริม และรับผิดชอบดูแลร่วมกันอนุรักษ์ และใช้ประโยชน์ร่วมกันแบบยั่งยืน

“ ส่วนการปลูกต้นไม้หวงห้ามบางชนิด เช่น พยุง ยางนา ในพื้นที่เอกชนแล้วไม่สามารถตัดได้หรือตัดได้ก็ต้องมีการขออนุญาตหลายขั้นตอน ที่อยู่ในพื้นที่ป่าเศรษฐกิจของเอกชน ในขณะนี้ทางกระทรวงทรัพย์ฯก็กำลังอยู่ในระหว่างแก้กฎหมาย พ.ร.บ.2484 ซึ่งหลังจากมีผลบังคับใช้ ประชาชนก็สามารถตัดโค่นได้ และจะมีการนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่ เข้ามาใช้ในการขออนุญาตในอนาคต ซึ่งอยู่ในแผนการขับเคลื่อนของทางกระทรวงทรัพย์ฯในอนาคต ซึ่งอยู่ในแผนการขับเคลื่อนของทางกระทรวงทรัพย์ฯ ”