แรงงานกินก้อยหอยนิทรา สมองติดเชื่อย้ายเข้า รพ.ศูนย์

ผู้ว่าฯเยี่ยมมอบเงิน “ชาวอุดรไม่ทิ้งกัน” ช่วยเหลือแรงงานกินก้อยหอย ป่วยเป็นเจ้าชายนิทรา ที่ย้ายด่วนจาก รพ.บ้านผือ มารักษาตัวที่ รพ.ศูนย์ หลังสมอง-ปอดติดเชื้อ

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 21 พฤษภาคม นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี พร้อมพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.อุดรธานี และหัวหน้าหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงาน เดินทางมาเยี่ยมติดตามอาการของนายฉัตรชัย ขุริดี อายุ 33 ปี แรงงานชาว อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ที่ถูกส่งตัวกลับจากประเทศไต้หวัน ในสภาพอาการโคม่าไม่รู้สึกตัว หรือลักษณะเจ้าชายนิทรา จากการไปจับหอยในธรรมชาติทำ “ก้อยหอย” ปรุงกินแบบไม่สุก พยาธิเข้าสู่ร่างกายและเข้าไปในสมอง

นายฉัตรชัย ขุริดี ที่อยู่ในสภาพเจ้าชายนิทรา ใช้อุปกรณ์เครื่องช่วยหายใจ และอื่นๆ นอนรักษาตัวอยู่ที่เตียง 14 ชั้น 4 ห้องผู้ป่วยหนัก อาคารหลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน รพ.ศูนย์อุดรธานี นายประยงค์ ขุริดี อายุ 59 ปี นางทองวัน ขุริดี อายุ 55 ปี น.ส.อภิญญา เยาวลักษณ์ อายุ 39 ปี พ่อแม่ภรรยา และญาติของนายฉัตรชัยฯ เฝ้ารอดูอาการอย่างใกล้ชิด หลังจากนายฉัตรชัยฯ ถูกย้ายจาก รพ.บ้านผือ มาที่ รพ.ศูนย์อุดรธานี

นายวัฒนา พุฒิชาติ ผวจ.อุดรธานี พร้อมคณะ ได้มอบเงินจำนวน 60,000 บาท ของชาวอุดรธานีให้พ่อแม่และภรรยา ก่อนพูดคุยสอบถามถึงอาการ สาเหตุการย้ายโรงพยาบาล เพราะผู้ป่วยมีอาการสมิงและปอดติดเชื้อ ขณะนี้อยู่ในความดูแลของคณะแพทย์ ที่มีความชำนาญเฉพาะทางแล้ว โดยทำการตรวจรักษาตามอาการ และเตรียมตรวจรักษาอาการสมองและปอดพรุ่งนี้

นางทองวัน ขุริดี เปิดเผยว่า นายฉัตรชัยฯได้รับการส่งตัวจากไต้หวัน มาถึงประเทศไทยเมืองวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา จากนั้นเข้าพักเตรียมความพร้อมที่ รพ.ราชวิถี ก่อนส่งตัวมาที่ รพ.บ้านผือ ในภาพรวมมองด้วยตาอาการดีขึ้น ตอบสนองกระพริบตา มือเท้าขยับบ้างแล้ว รู้สึกตัวว่าใครพูดด้วย และช่วงเที่ยงวันนี้ย้ายมาถึง รพ.ศูนย์อุดรธานี เพื่อตรวจเช็คร่างกาย เช็คสมอง เชื่อว่าอาการจะดีขึ้นตามลำดับ

นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจ ต่อจากครั้งก่อนมาเยี่ยม ปรึกษานำนายฉัตรชัยฯกลับประเทศไทย และได้นำเงินที่เราได้เปิดบัญชี รับความช่วยเหลือ จากชาวอุดรธานีที่ไม่ได้ทอดทิ้งกัน มียอดเงิน 60,000 บาทเศษ โดยมอบให้ไปก่อน 60,000 บาท ที่เหลืออยู่ในบัญชีเปิดรับผู้มีจิตอันเป็นกุศลอยู่ ให้พ่อแม่นำไปใช้จ่ายช่วงรักษาพยาบาลต่อเนื่อง ทางราชการก็จะเข้ามาช่วยเรื่องอาชีพ ให้ครอบครัวยืนได้ในระยะหนึ่งก่อน

“ ผู้ป่วยก็ยังคงอยู่ในสภาพติดเตียง แพทย์รายงานว่าจะต้องรักษาตามอาการ ซึ่งมีอาการสมองและปอดติดเชื้อบ้าง ส่วนพ่อแม่ภรรยาและญาติ บอกว่าดีใจกับอาการป่วย ที่มีการตอบสนองดีขึ้น ”