ซีซีทีวี.ช่วย ตร.อุดรฯจับ2โจรชิงเงินยายร้านชำรอบดึก

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 15 เมษายน ที่หน้ากองกำกับสืบสวน ภ.จว.อุดรธานี พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภจ.อุดรธานี พร้อมตำรวจสืบสวน ภ.จว.อุดรธานี สืบาสวน สภ.เมืองอุดรธานี ร่วมแถลงจับกุมนายศราวุฒิ หรือเบล ทีภูเวียง อายุ 30 ปี นายอนุรักษ์ หรืออุ้ม ปุระธะนัง อายุ 23 ปี ชาว บ.เซ ต.บ้านจั่น อ.เมือง อุดรธานี กล่าวหาร่วมกันชิงทรัพย์นางทองแดง อารีญาติ อายุ 63 ปี ขณะขายของที่ร้านของชำ หน้าวัดโพธิวราราม ทน.อุดรธานี 04.30 น. วันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา พร้อมของกลาง เสื้อผ้าที่สวมใส่ขณะลงมือก่อเหตุ จักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน-ดำ ทะเบียน 1กถ-404 อุดรธานี ตามภาพกล้อง CCTV ชุมชน ทน.อุดรธานี

พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ฯ เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาทั้งสองคนขี่ จยย.มาที่ร้านขายของชำ นายเบลฯเข้าไปขอซื้อเบียร์ 6 ขวดจากยายทองแดงฯ จังหวะที่กำลังนำเบียร์ใส่ถุง คนร้ายเข้าไปในร้าน กระชากเอากระเป๋าคาดเอวสีดำ ภายในมีเงินสด 25,000 บาท ของนางทองแดงฯไปได้ แล้วขึ้นรถที่นายอุ้มฯติดเครื่องรอหลบหนี ตำรวจสืบสวน ภ.จว.อุดรธานี และ สภ.เมืองอุดรธานี ได้แกะรอยจากกล้อง CCTV ชุมชน ภาพคนร้ายก่อเหตุ 1 นาทีครึ่ง และมีตำหนิรูปพรรณชัดเจน และแกะรอยกล้องตัวอื่น จนตามไปจับกุมตัวได้ที่บ้านพัก

“ สอบสวนนายเบลฯรับสารภาพว่า เคยเดินทางไปหาแม่ที่ประเทศญี่ปุ่น และทำงานในร้านอาหารที่นั่น 3 ปี เหลือเงินกลับมาหลายแสนบาท มาถึงก็ไม่ได้ทำงานเอาแต่เที่ยวเตร่ และใช้เงินไปกับเสพยาบ้าจนเงินหมด ชักชวนกันก่อเหตุชิงทรัพย์หาเงินเสพยาบ้าและเที่ยวเตร่ไปวันๆ ส่วนนายอุ้มฯ ทำหน้าที่ขับรถจักรยานยนต์ เคยถูกตำรวจจับเข้าสถานพินิจ ตั้งแต่เป็นเยาวชนข้อหาลักทรัพย์ และก่อนที่นายเบลฯจะไปญี่ปุ่น ได้ร่วมกันวิ่งราวกระเป๋าผู้หญิง ขณะนั่งกินข้าวต้มกับสามีชาวต่างประเทศ ที่ร้านเพิ่มพูน (ร้านเก่า) ถ.โพศรี ทน.อุดรธานี ”

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนการแถลงข่าว พ.ต.อ.วิธ มุทธสินธุ์ ผกก.สส.ภจ.อุดรธานี ควบคุมตัวคนร้ายไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยนางทองแดงฯ กล่าวขอบคุณตำรวจที่สามารถจับคนร้ายมาดำนินคดีตามกฎหมาย พร้อมกับพูดให้โอวาทและให้อภัยกับคนร้ายทั้ง 2 คนว่า “ หากไม่มีเงินซื้อกิน หรือน้ำมันหมด มาขอยายๆก็ให้ แต่ขอทีละมากๆก็จนใจช่วย ไม่ใช่มาทำอย่างนี้ หากยายล้มหัวน็อกพื้นตายจะทำยังไร พวกเธอมือไม้แขนขาดี ทำไมไม่พากันหางานทำ ยายเป็นผู้หญิงแก่ขนาดนี้ยังต้องทำมาหากิน ”