สวล.9เสนอขออีก9ข้อแก้โรงยางเหม็น

ถึงคิว กอ.รมน.ติดตามเรื่อง “โรงยางเหม็น” รวบรวมข้อมูลให้นายกตู่ชั่งน้ำหนัก สวล.ภาค 9 เสนออีก 9 ข้อ แก้ไขปัญหาเน้นให้อุตสาหกรรมนำ สวล.สนับสนุน

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 10 พฤษภาคม ที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 9 จ.อุดรธานี พล.ต.ทัพ อุทิตสาร ผช.ผอ.ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เดินทางมาประชุมติดตามการแก้ไขปัญหา “กลิ่นเหม็นโรงงานยางแท่งเหม็น” โดยมีนายวิรุฬห์ กฤษ์ธนะขจร ผอ.สิ่งแวดล้อม ภาค 9 , นางพาขวัญ กาจหาญ อุตสาหกรรม จ.อุดรธานี , ผู้แทนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.อุดรธานี ตัวแทนโรงงานโรงงานยางแท่ง 2 แห่ง และตัวแทนชาวบ้านเดือดร้อน 12 หมู่บ้าน ต.หนองนาคำ จ.อุดรธานี

พล.ต.ทัพ อุทิตสาร ผช.ผอ.ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กล่าวว่า เคยมาติดตามปัญหาโรงงานยางแท่ง ส่งกลิ่นเหม็นทำชาวบ้านเดือดร้อน และเห็นว่าระดับจังหวัดกำลังแก้ไข 6 ปีแล้วที่ไม่สามารถแก้ไขได้ จึงเดินทางมารับทราบปัญหา ในแง่ของความมั่นคง เพื่อเสนอให้ขับเคลื่อนแก้ไขระดับสูงขึ้น ซึ่งก็มีหลายฝ่ายลงมาติดตาม แล้วเสนอขึ้นไปให้ท่านนายกรัฐมนตรี ชั่งน้ำหนักในภาพรวมแล้วตัดสิน พร้อมสอบอำนาจปิดโรงงานตามกฎหมาย

นายสายันต์ หมีแก้ว นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการ สนง.สิ่งแวดล้อม ภาค 9 รายงานภาพรวมว่า อุดรธานีมีโรงงานยางแท่ง 6 แห่ง มีชาวบ้านร้องเรียนเรื่องกลิ่นทุกแห่ง รุนแรงที่สุดคือ 2 โรง ของ บ.ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จก.(มหาชน) และ บ.วงษ์บัณฑิต จก. ถ.นิตโย ต.หนองนาคำ อ.เมือง เพราะมีกำลังผลิตสูงมาก อยู่ใกล้ชุมชนเพียง 300 เมตร ได้ร่วมกันแก้ไขมาโดยตลอด แต่ก็ไม่สามารถจัดการเด็ดขาดได้ และเคยมีคำสั่งให้ปิดปรับปรุงเมื่อ 18 เมษายน 2560 ล่าสุดคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีความเห็นว่าโรงงานทั้งสองละเมิดสิทธิชุมชน มีคำแนะนำให้แก้ไข และคณะผู้ตรวจพิเศษสำนักนายกรัฐมนตรี มีบันทึกช่วยจำให้ปฏิบัติอีก 6 ข้อ

นายวิรุฬห์ กฤษ์ธนะขจร ผอ.สิ่งแวดล้อม ภาค 9 ชี้แจงว่า กฎหมายสิ่งแวดล้อมเป็นกฎหมายสนับสนุน ไม่ได้เป็นกฎหมายกำกับดูแลโดยตรง หากเกิดเป็นคดีความจะเสียเปรียบ จึงขอเสนอแนวทางเพิ่มเติมอีก 9 ข้อ คือ ติดตั้งระบบตรวจวัดคุณภาพน้ำอัตโนมัติ ในลำห้วยโสดโปร่งหลังโรงงาน , ให้ บ.ศรีตรังฯ ปรับปรุงบ่อพักน้ำเพื่อลดความเสี่ยง , ให้คณะกรรมการแก้ไขกลิ่นเหม็นของกระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินการต่อเนื่อง ,

ให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมตรวจวิเคราะห์กลิ่น ว่าเป็นกลิ่นจากสารใด เพื่อใช้ในการแก้ไข เฝ้าระวัง แจ้งประชาชน , เร่งรัดออกค่ามาตรฐานการระบายกลิ่นจากโรงงาน , ให้สาธารณสุขจังหวัดประสานกรมอนามัย ตรวจวัดค่าความเข้มกลิ่นในชุมชน ที่ได้กำหนดหน่วยมาตรฐานเมื่อเร็วๆนี้ , ออกระเบียบหรือนโยบายการใช้กรดอินทรีย์ แทนกรดอนินทรีย์หยดยางก้อนถ้วย , บังคับใช้กฎหมายในการขนส่ง ไม่ให้น้ำเซรั่มยางหยดลงถนน และให้โรงานสนับสนุนการตรวจสุขภาพประชาชนต่อเนื่อง

นางพาขวัญ กาจหาญ อุตสาหกรรม จ.อุดรธานี กล่าวว่า ขั้นตอนของกฎหมายในคำสั่งปิดโรงงาน จะดำเนินการได้จะต้องรู้สาเหตุ เมื่ออุตสาหกรรมออกคำสั่งให้ปรับปรุง หากไม่ทำการปรับปรุงจึงจะมีคำสั่งปิด ที่ผ่านมาโรงทั้งสองก็ทำตามคำสั่ง หรือการออกคำสั่งปิดเพราะ “เป็นเหตุอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพ” สำหรับคำสั่งปิดที่ออกไปครั้งก่อน เป็นการขอความร่วมมือกับโรงงาน

นางกิตติชา ธานีเนียม หรือครูเตี้ย ตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า ชาวบ้านกำลังร่วมกันทำงานวิจัย ปัญหาความเดือดร้อนครั้งนี้ขึ้นมา ไม่ได้มีเจตนาจะมาปิด หรือให้ย้ายโรงงานไปที่อื่น แต่อยากให้แก้ไขปัญหาอยู่ร่วมกับชุมชนให้ได้ ขณะนี้ก็ยังแก้ไขให้เด็ดขาดไม่ได้ เมื่อเช้าที่ผ่านมาก็มีกลิ่นเหม็น เข้ามาในชุมชนอย่างต่อเนื่อง