พายุถล่มน้ำโสมรอบ4บ้านพังนับพัน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากอุดรธานี เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม นายสามารถ หมั่นนอก นายอำเภอน้ำโสม นางศิริโฉม หมั่นนอก กิ่งกาชาดอำเภอน้ำโสม พร้อมสมาชิกกิ่งกาชาติอำเภอน้ำโสม ทหารชุดปฏิบัติการพื้นที่ ร.13 พัน 2 ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบวาตภัย พร้อมกับสำรวจความเสียหายจากพายุฤดูร้อนที่ พัดถล่มพื้นที่ อ.น้ำโสมในพื้นที่ ต.น้ำโสม และ ต.ศรีสำราญ เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (9 พ.ค.) นานกว่า 1 ชั่วโมง มีบ้านเรือนได้รับความเสียหายรวม 14 หมู่บ้าน 35 หลังคาเรือน สวนยางพาราเสียหายหลายสิบไร่ ต้นไม้ใหญ่ริมถนนสาย น้ำโสม-บ้านนาเมืองไทย โค่นหักพาดสายไฟฟ้าขาด โดยก่อนหน้าวันที่ 8 พฤษภาคม อ.น้ำโสม ก็ถูกพายุพัดถล่มมาก่อนหน้าใน 2 ตำบล 4 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 10 หลังคาเรือน

ทำให้เมื่อคืนที่ผ่านมาไฟฟ้าดับในพื้นที่หลายชั่วโมง และเสาไฟฟ้าถูกแรงลมพัดตนเอียงแต่ไม่โค่นล้มลงมา ตามทิศทางแรงพายุ ซึ่ง อ.น้ำโสม ถูกพายุพัดถล่มครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 ในรอบไม่ถึง 1 เดือน มีบ้านเรือนได้รับความเสียหายทั้งหมดกว่า 1,000 หลังคาเรือน แต่ครั้งนี้โชคดีมีแต่พายุฝนไม่เกิดพายุลูกเห็บขนาดใหญ่ เท่าไข่ไก่ที่ตกลงมาเมื่อวันที่ 25 เมษายน ที่ผ่านมา ที่มีบ้านเรือนเสียหายหลังคาทะลุถึง 844 หลังคาเรือน ในขณะที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดอุดรธานี เร่งดำเนินการต่อสายไฟในส่วนที่ชำรุดจนแล้วเสร็จ ทำให้ชาวบ้านใน 2 ตำบล มีไฟฟ้าใช้ตามปกติ

ขณะที่หอประชุมอำเภอน้ำโสม นางวิชุดา พันแสง นักพัฒนาสังคมชำนาญการ และเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พมจ.อุดรธานี ลงพื้นที่มอบเงินช่วยเหลือชาวบ้านที่อยากจน ที่ประสพวาตภัย และพายุลูกเห็บตกใส่หลังคาบ้านเรือนจนทะลุ 220 หลังคาเรือน ที่จะได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มอีกหลังคาเรือนละ 2,000 บาท โดยจะเป็นชาวบ้านที่ยากจนและเดือดร้อนจริง ที่ทางอำเภอได้คัดกรองส่งรายชื่อให้ พมจ.อุดรธานี ดำเนินการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนอีกทาง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ส่วนพายุฝนที่พักถล่มเขตพื้นที่ ต.กลางใหญ่ อ.บ้านผือ เมื่อเย็นวันที่ 8 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ที่นอกจากบ้านเรือนได้รับความเสียหายแล้ว ปรากฏว่ามีเสาไฟแรงสูง ที่ตั้งบนถนนสายบ้านผือ-น้ำโสม โค่นล้มทั้ง 2 ฝั่งถนนถึง 35 ต้น ระยะทางกว่า 1 กม.โดยตลอดทั้งวันนี้ นายอำธร พรมจันทร์ หน.พนักงานช่าง ระดับ 7 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดอุดรธานี ระดมกำลังช่างจากทั่วพื้นที่รับผิดชอบ จำนวน 150 คน รถเครื่องจักรหนัก รถเครน จำนวน 20 คัน มาเร่งดำเนินการตั้งเสาไฟ เพื่อจะทำการพาดสายไฟใหม่ เพื่อที่จะสามารถใช้งานได้ตามปกติ

ส่วนไฟฟ้าที่ถูกตัดกระแสไฟบริเวณดังกล่าว ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดอุดรธานี ได้นำรถโมบายปั่นไฟฟ้า ขนาด 120-500 กิโลวัตต์ 3 คัน เชื่อมต่อเข้าระบบสายไฟเดิม เพื่อปล่อยกระแสไฟให้ชาวบ้าน ต.กลางใหญ่ ได้ใช้ จนกว่าเจ้าหน้าที่จะทำการตั้งเสาไฟเสร็จทั้ง 35 ต้น จึงจะสามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าตามปกติได้ คาดว่าจะดำเนินการตั้งเสาไฟเสร็จภายใน 2-3 วัน