จับทุบตู้เติมเงิน“กระปุ๊ก”ทั่วเมืองสูญ2.5ล.

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 9 พฤษภาคม ที่หน้า สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.อ.วิบูลย์ วงศ์ก้อม รอง ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.วิธ มุทธสินธ์ ผกก.สส.ภ.จ.อดรธานี พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี แถลงข่าวจับโจรทุบตู้เติมเงินมือถือ “กระปุก” ประกอบด้วย นายอัษฎาวุธ หรือนิก นุ้ยแท่น อายุ 27 ปี เลขที่ 99/5001 ม.13 ต.พรหมมณี อ.เมือง จ.นครนายก และนายปฏิภาณ หรือฟลุ๊ค วงษ์บู่ทอง อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 57 หมู่ 10 ต.โคกสะอาด อ.เมือง จ.อุดรธานี

พร้อมของกลางรถยนต์กระบะอีซูซุ ดีเมกซ์ สีดำ ทะเบียน บฉ 9013 นครนายก รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีดำ ทะเบียน คจล 781 อุดรธานี หมวกกันน๊อก เหล็ก ปะแจ และชุดที่สวมใส่ในการก่อเหตุ กล่าวหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้น สำหรับคุ้มครองทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การหลบหนี” โดยจับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 57 หมู่ 10 ต.โคกสะอาด อ.เมือง จ.อุดรธานี

พ.ต.อ.วิบูลย์ วงศ์ก้อม รอง ผบก.ภ.จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ในท้องที่ สภ.เมืองอุดรธานี และใกล้เคียง บริษัท แอ็ดว้านเว๊ป จำกัด เจ้าของตู้เติมเงินมือถือ “กระปุก” ได้รับความเสียหายจากคนร้าย ตระเวนทุบตู้ตามร้านค้าในหมู่บ้าน 63 ตู้ และลักเงินในตู้ ค่าเสียหายตู้ละ 4 หมื่นบาท และลักเงินในตู้ไปประมาณ 1.5 แสนบาท รวมค่าเสียหายทั้งหมด ประมาณ 2.5 ล้านบาท ตร.สืบสวน ภ.จว.อุดรธานี และ สภ.เมืองอุดรธานี ออกสืบสวนพบภาพจากกล้องวงจรปิด คนร้ายเป็นชายอายุ 20-30 ปี ขับรถยนต์กระบะ ยีห้ออีซูซุ ดีเมกซ์ สีดำ

กระทั่งวันที่ 8 พฤษภาคม พบรถยนต์กระบะอีซูซุ ดีแมกด์ สีดำ ทะเบียน บฉ 9013 นครนายก จอดอยู่ในบ้านเลขที่ 57 หมู่ 10 บ้านศรีบูรพา ต.โคกสะอาด อ.เมือง จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นบ้านนายปฏิภาณ และมีนายอัษฎาวุธฯอ้างตัวเป็นเจ้าของรถ ตำรวจได้เข้าควบคุมตัวนายอัษฎาวุธ และนายปฏิภาณ พร้อมรถของกลาง ไปโรงพักทำการสอบสวน ทั้งสองให้การยอมรับสารภาพ นำชี้จุดเกิดเหตุถูกต้อง

พ.ต.อ.วิบูลย์ เปิดเผยว่า นายอัษฎาวุธฯเคยทำงานอยู่ที่เกาะสมุย มีแฟนสาวทำงานด้วยกันเป็นชาว อ.กุดจับ จ.อุดรธานี ต่อมาถูกจับข้อหาขับเสพ เสร็จคดีแยกย้ายเดินทางกลับบ้าน กระทั่งวันที่ 4 เมษายน ได้ขับรถจาก จ.นครนายก มาหาแฟนสาวที่ อ.กุดจับ และได้พักอยู่ที่บ้านปฏิภาณ ซึ่งเป็นเพื่อนกับแฟนสาว แต่เงินที่ขอแม่มาหมด จึงไปเติมเงินโทรศัพท์ตู้เติมเงินกระปุก ที่ร้านชำภายในหมู่บ้าน เพื่อโทรศัพท์โทรไปขอเงินแม่ ขณะหยอดเหรียญเติมเงิน จึงคิดว่าจะทุบตู้หยอดเหรียญเอาเงินมาใช้จ่าย

“ รอจนดึกชาวบ้านหลับแล้ว ได้ขับรถออกมาคนเดียวตระเวนหาตู้ ใช้ค้อนเหล็กทุบหน้าตู้ ดึงเอาถุงใส่เงินขับรถกลับไปบ้าน ครั้งแรกได้ 1,500 บาท นำไปใช้จ่ายกับแฟนสาว และซื้อยาบ้าเสพ ส่วนถุงเงินได้นำไปเผาบริเวณป่าใกล้บ้าน ซึ่งเห็นว่าเป็นการหาเงินง่าย จึงตระเวนทุบตู้เติมเงินทุกคืน ระยะหลังต้องขับรถไปไกลไม่รู้เส้นทาง จึงชักชวนนายปฏิภาณฯไปด้วย เงินที่ได้มาจะนำไปเที่ยวเตร่ ซื้อยาบ้ามาเสพ และ แบ่งให้แฟนสาว กระทั่งมาถูกตำรวจจับกุม ”