“ทีมนายกตู่”พบชาวบ้านแก้เหม็นโรงยาง6ปี

ทีมผู้ตรวจพิเศษสำนักนายก ลงพื้นที่ติดตามโรงยางเหม็น วันแรกพบคณะวิจัยชาวบ้าน เดือดร้อน 6 ปี ร้อง 11 หน่วยงาน 16 ครั้ง มีความหวังผลจาก กสม.และนายกฯ

เมื่อเวลา 14.00 น วันที่ 8 พฤษภาคม ที่ห้องประชุมโรงเรียนเทศบาล 1 หนองใส เทศบาลตำบลหนองบัว อ.เมือง จ.อุดรธานี ผู้ตรวจราชการพิเศษสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ อินทรขาว , พ.ต.ท.สมบูรณ์ สารสิทธิ์ อดีตรองอธิบดีดีเอสไอ และ พ.ต.ท.ชินโชติ พุฒิวรรธธาดา และคณะ เดินทางติดตามแก้ไขปัญหาร้องเรียน โรงงานยางแท่งของ บ.ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จก.(มหาชน) และ บ.วงษ์บัณฑิต จก. ถ.นิตโย ต.หนองนาคำ อ.เมือง ส่งกลิ่นเหม็นสร้างความเดือดร้อน โดยมารับฟังงานวิจัยฉบับชาวบ้าน ผลงานประชาชน 12 หมู่บ้าน ต.หนองนาคำ ที่ได้รับผลกระทบ

นายดิเรก คำจันทร์ ผอ.รร.บ้านจำปา-โนนสะอาด ต.หนองนาคำ หัวหน้าทีมวิจัย และนางกิตติชา ธานีเนียม หรือ “ครูเตี้ย” ครูพละศึกษา รร.เทศบาล1 หนองใส อาศัยอยู่ บ.จำปา ต.หนองวนาคำ ได้ร่วมกันนำเสนอผลงานวิจัย ต่อคณะผู้ตรวจราชการพิเศษ โดยมีนักวิจัยพี่เลี้ยง และชาวบ้านทีมงานวิจัย ร่วมในข้อมูลเพิ่มเติมจากข้อซักถาม ที่สอบถามในประเด็นที่สงสัยเป็นระยะ ก่อนที่จะประชุม 3 ฝ่าย รับข้อมูลจากหน่วยงานราชการ ผู้ประกอบกิจการโรงงาน ประชาชนในพื้นที่ และเข้าดูข้อเท็จจริงในโรงงานในวันพรุ่งนี้

ทีมงานวิจัยชาวบ้าน ระบุว่า โรงงานยางแท่งโรงแรกมาตั้งปี 54 ปี บอกว่ามาตั้งโรงถุงมือยาง เพียงปีเดียวชาวบ้านเดือดร้อนเรื่องกลิ่น น้ำเสีย ฝุ่น และเสียง จากนั้นโรงงานที่ 2 มีกำลังผลิตมากกว่ามาสร้างอีก ความเดือดร้อนมากขึ้นหลายเท่า เริ่มร้องเรียนเป็นทางการครั้งแรกปี 57 ได้รับการแก้ไขบ้างไม่แก้ไขบ้าง แต่การแก้ไขก็ไม่หายเด็ดขาด ทำให้ชาวบ้านรวมตัวทำงานวิจัยขึ้น เป็นอีกช่องทางการขับเคลื่อน โดยได้รับการสนับสนุนจาก สกว.

“ ที่ผ่านมาเราร้องเรียนไป 11 หน่วยงาน รวม 16 ครั้ง ล่าสุดคือร้องนายกรัฐมนตรี ช่วงมาตรวจราชการที่ จ.หนองบัวลำภู ก่อนที่คณะผู้ตรวจราชการพิเศษจะมา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้แจ้งถึงผลการตรวจสอบ การร้องเรียนของเราตั้งแต่ปี 59 ว่าโรงงานยางแท่งทั้ง 2 โรงละเมิดสิทธิชุมชน ตามรัฐธรรมนูญ 2560 ม.247(1) และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน 2560 ม.26(1) ประกอบ ม.36 ชาวบ้านหวังว่านายกรัฐมนตรี พาชาวบ้านพ้นความเดือดร้อนมากว่า 6 ปีแล้ว “

พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ อินทรขาว ผู้ตรวจราชการพิเศษ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้เป็นวันแรกที่คณะลงพื้นที่ พูดคุยกับชาวบ้าน ประเด็นแรกเป็นการพูดคุยรับฟังข้อเท็จจริงต่าง ๆ เรื่องที่ชาวบ้านได้รับผลกระทบ ข้อเสนอแนะต่าง ๆ หลังจากนี้จะลงดูพื้นที่สภาพรอบ ๆ ชุมชนที่ได้รับผลกระทบ ส่วนวันพรุ่งนี้จะเป็นลักษณะการประชุมไตรภาคี ที่จะให้ตัวแทนชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบของกว่า 12 หมู่บ้าน ตัวแทนโรงงานทั้ง 2 แห่ง และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง มาตอบข้อซักถาม

“ พรุ่งนี้เราต้องหาข้อสรุปออกมา ที่เรียกว่าบันทึกช่วยจำ เพื่อจะนำเสนอต่อท่านนายกรัฐมนตรี ให้ทราบถึงแนวทางการแก้ไขปัญหา หลังจากได้ข้อสรุปเราจะลงพื้นที่ พบกับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบอีกครั้ง เพื่อสรุปประเด็นแนวทาง ข้อห่วงใยต่าง ๆ ที่จะเป็นการเบื้องต้นสำหรับการลงพื้นที่ ทราบว่าเรื่องนี้ชาวบ้านได้ต่อสู้เรียกร้องมานานหลายปีแล้ว เราจึงอยากให้เรื่องนี้ได้ข้อยุติ คิดว่าทุกอย่างถ้ามีการพูดคุยกัน ต้องมีทิศทางที่จะแก้ไขปัญหาได้ ”

พ.ต.ท.พงศ์อินทร์ กล่าวอีกว่า เรื่องที่คณะกรรมการสิทธิฯ ชี้ประเด็นออกมา จะเป็นขั้นตอนที่เราจะดำเนินงานต่อ แต่เราจะไม่ทำซ้ำหรือย้อนกลับหลัง เพราะว่าปัญหานี้ต้องรีบแก้ไข ซึ่งทางคณะกรรมการสิทธิฯชี้ไว้ เป็นประเด็นที่ค่อนข้างเห็นภาพแล้วว่า หน่วยงานต่าง ๆ ชี้ประเด็นข้อเท็จจริงออกมาเป็นวิทยาศาสตร์ ว่ามันมีผลกระทบ ซึ่งเรื่องอย่างนี้ถ้าเอามาคุยซ้ำ มันก็ไม่คืบหน้า เราจะเดินหน้าต่อไปว่า เรื่องอย่างนี้เจาะมีการแก้ปัญหาอย่างไร เราต้องการให้มีการป้องกันว่า ทำอย่างไรโรงงานทั้ง 2 โรงถึงจะอยู่กับชาวบ้านได้