รุนแรงเด็ก-สตรีพุ่ง สธ.8จับมือยูนิเซฟนำร่องแก้

สาธารณสุขเขต 8 จับมือยูนิเซฟ ทำคู่มือเชิงรุกแก้ความรุนแรงในเด็ก-สตรี ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง แม้อีสานจะอยู่ในลำดับสุดท้าย

เมื่อเวลา 23 เมษายน ที่โรงแรมประจักษ์ตราดีไซน์ นายแพทย์ชาญวิทย์ ทระเทพ ผู้ตรวจราชการกระทรวง เขตสุขภาพที่ 8 เป็นประธาน เปิดโครงการพัฒนาระบบการเฝ้าระวัง ติดตาม ป้องกัน ช่วยเหลือผู้ถูกกระทารุนแรง ในเขตสุขภาพที่ 8 และประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อศึกษา ผู้ถูกกระทารุนแรงในพื้นที่ต้นแบบ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเขตสุขภาพที่ 8 , ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติการณ์ รังสีวิทยา สหวิชาชีพ สารสนเทศ และผู้แทนยูนิเซฟ กว่า 120 คน เข้าร่วมประชุม

นพ.อิทธิพล สูงแข็ง สาธารณสุขนิเทศก์ เขตสุขภาพที่ 8 กล่าวว่า ความรุนแรงในเด็กและสตรี มีความซับซ้อน รุนแรงและขยายผลมากขึ้น ประเทศไทยมีสถิติอันดับ 1 ใน 10 ของโลก เฉพาะคดีข่มขืนทั่วโลก 2.5 แสนคดี ประเทศไทยมี 4 พันคดี แต่จับคนร้ายได้เพียง 50 เปอร์เซ็นต์ ขณะไทยมีองค์กรที่เกี่ยวกับเด็ก และสตรีหลายกระทรวง หลายหน่วยงานต้องการบูรณาการ เพื่อดูแลผู้ที่มีความเสี่ยง เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ยูนิเซฟ และเขตสุขภาภาพที่ 8 จึงร่วมพัฒนาระบบเฝ้าระวัง ติดตามป้องกันและช่วยเหลือ เพื่อนำร่องขยายผลต่อไป

นายแพทย์ชาญวิทย์ ทระเทพ ผู้ตรวจราชการกระทรวง เขตสุขภาพที่ 8 ให้สัมภาษณ์ว่า สถิติการใช้ความรุนแรงต่อเด็กและสตรี ของประเทศไทยมีแนวโน้มสูงขึ้น ขณะข้อมูลที่เราได้รับคือข้อมูลที่ เด็กและสตรีมาขอความช่วยเหลือที่โรงพยาบาล ยังมีอีกจำนวนมากที่ถูกกระทำด้วยความรุนแรง แล้วไม่กล้ามาโรงพยาบาล หรือไม่กล้าบอกใคร ข้อมูลที่เรามีอยู่จึงเหมือน “ยอดภูเขาน้ำแข็ง” ที่พ้นน้ำขึ้นมา อีกจำนวนมากยังอยู่ข้างใต้

“ในส่วนที่เป็นคดีความยิ่งลดน้อยลง เพราะจำนวนหนึ่งกล้ามาโรงพยาบาล และที่มาโรงพยาบาลจำนวนเดียวเท่านั้น จึงจะเกิดเป็นคดีความ หากอยู่จากสถิติคดีความ เราจะไม่ได้ตัวเลขจริงเลย เคยสัมภาษณ์เหยื่อเป็นผู้หญิงไทย 39-40 เปอร์เซ็นต์ มีปะสบการณ์ถูกกระทำรุนแรงในครอบครัว ขณะที่สถิติของเรายังพบด้วยว่า ผู้กระทำรุนแรงครึ่งหนึ่งเป็นผู้หญิง อีกครึ่งหนึ่งเป็นเด็ก โดยผู้หญิงกระทำต่อร่างกาย 80 เปอร์เซ็นต์กระทำโดยคนในครอบครัว-คู่สมรส-คู่รัก ส่วนเด็กถูกกระทำรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะถูกทำกระทางเพศ ”

ผู้ตรวจราชการกระทรวง เขตสุขภาพที่ 8 กล่าวต่อว่า ขณะนี้เรารองรับเมืองถูกกระทำแล้ว ต่อนี้ไปเราจะหาปัจจัยเสียง เช่น สามีภรรยาที่อยู่ลำพัง กับสวามีภรรยาที่อยู่กับพ่อแม่ ที่อยู่ลำพังจะถูกกระทำมากกว่า แล้วจะหากลไกลลงไปช่วยป้องกัน ปัญหาที่พบคือภรรยาที่ถูกสามีกระทำ ก็ไม่กล้าที่จะไปบอกคนอื่น หรือเด็กถูกพ่อแม่ตีก็เงียบไว้ อันดับแรกจึงจะสร้างการตระหนักรู้เรื่องสิทธิ อันดับสองความเข้มแข็งของชุมชน ถ้าหากเรามีคู่มือให้ อสม. หรือชุมชน จะสามารถดุแลเพิ่มขึ้น รวมทั้งสายด่วน 1669 จะรับการคัดกรองไป “ศูนย์พึ่งได้”

นายแพทย์ชาญวิทย์ ทระเทพ ผู้ตรวจราชการกระทรวง เขตสุขภาพที่ 8 กล่าวต่อว่า สถิติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี มีสถิติสูงสุดที่ ภาคกลาง รองลงมาภาคใต้ ภาคเหนือ และอีสาน ที่เลือกมานำร่องที่สาธารณสุข เขต 8 เพราะที่นี่ทำงานเรื่องการป้องกัน และเฝ้าระวังอยู่แล้ว

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.