ศาล ปค.นัด 30 มี.ค.ชี้ชะตาโพแทชอุดรธานี

ศาลปกครองนัดฟังคำพิพากษา กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี ฟ้องการไต่สวนคำขอประทานบัตรเหมืองแร่โพแทชอุดรธานีไม่ชอบ 30 มีนาคมนี้

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 21 มีนาคม ที่ห้องพิจารณาคดี 1 ศาลปกครองจังหวัดอุดรธานี ได้นัดพิจารณาคดีปกครอง คดีหมายเลขดำเลขที่ ส. 2/2556 (ส.6/2556) นายเตียง ธรรมอินทร์ กับพวกรวม 47 คน ยื่นฟ้อง กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ , สนง.อุตสาหกรรม จ.อุดรธานี และผู้นำท้องถิ่น 6 ราย โดยกล่าวหาว่า รายงานการไต่สวนคำขอประทานบัตรเหมืองแร่โพแทชอุดรธานี เนื้อที่รวมกว่า 26,400 ไร่ ในเขต 5 ตำบล ของ อ.ประจักษ์ศิลปาคม อ.เมือง ของบริษัท เอเชีย แปซิฟิก โปแตช คอร์เปอร์เรชั่น จำกัด หรือ เอพีพีซี กิจการในเครืออิตาเลี่ยนไทย ทั้ง 4 ฉบับ เป็นรายงานที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

มีนางมณี บุญรอด แกนนำกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี นำชาวบ้านสวมใส่เสื้อสีเขียวสัญลักษณ์ของกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี ประมาณ 100 คน ร่วมรอรับฟังการพิจารณาคดี โดยมี นายวีรวัฒน์ อบโอ ทนายความของกลุ่มอนุรักษ์ฯ นำแกนนำชาวบ้านบางส่วน เข้ารับฟังในห้องพิจารณาคดี โดยศาลใช้เวลาพิจารณาคดีประมาณ 1 ชั่วโมง หลังจากนั้น นายวีรวัฒน์ฯ ทนายความ ได้ออกมาชี้แจงคำพิจารณาของศาลคดีต่อกลุ่มชาวบ้าน ที่ด้านหน้าอาคารศาลปกครองจังหวัดอุดรธานี

นายวีรวัฒน์ อบโอ ทนายความ ชี้แจงต่อชาวบ้านว่า วันนี้ไม่ได้เป็นวันรับฟังคำพิพากษา แต่เพื่อพิจารณาข้อคิดเห็นของตุลาการที่ไม่ใช่เจ้าของคดี ซึ่งท่านมองว่ารายงานการไต่สวนการขอประทานบัตร การลงรายมือชื่อรับรองของผู้ถูกฟ้อง เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.แร่ฉบับเดิม ที่ระบุว่า ให้กำนันผู้ใหญ่บ้าน ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ แต่กลับไม่มีการลงพื้นที่ตรวจสอบ มีแค่การลงลายมือชื่อเท่านั้น แต่ว่ามี พ.ร.บ.แร่ฉบับใหม่ปี 2560 ใบรายงานการไต่สวนที่ว่านี้ไม่ต้องทำ จึงมีความเห็นว่าควรพิพากษายกฟ้อง

“ วันนี้มองได้ 2 ส่วน ส่วนแรกคือ รายงานการไต่สวนที่ผ่านมา ที่มีการคัดค้านศาลมองว่ามันไม่ถูกต้องจริง แต่ว่า พ.ร.บ.แร่ ปี 60 มีผลทำให้กระบวนการที่ ไม่ชอบด้วยกฎหมายเดิม ต้องถูกยกเลิกไปโดยไม่ต้องทำตาม พ.ร.บ.แร่เดิม ซึ่งเราคงต้องว่าตาม พ.ร.บ.แร่ปี 60 อีกส่วนคือ ไม่ว่าฝ่ายใดจะแพ้หรือชนะ ก็คงจะไม่ได้จบลงเพียงเท่านี้ ยังคงมีศาลปกครองสูงสุด มีการอุทธรณ์ของแต่ละฝ่ายแน่นอน แต่เรื่องที่พวกเราคัดค้านมีการฟ้องร้องต่อศาล ”

ทนายความ ชี้แจงต่ออีกว่า เราเห็นแล้วว่ามันไม่ชอบตามขั้นตอน และส่งผลกระทบไปทั้งระบบ เพราะว่ามีการใช้ใบรายงานในการใช้คำขอประทานบัตร ที่ผู้นำท้องถิ่นนำรายชื่อชาวบ้านเสนอให้ กพร.เป็นข้อมูลเท็จ ปัญหาคือ พ.ร.บ.แร่ ปี 60 กฎหมายที่ออกมาใหม่ ที่ไม่ต้องทำตาม พ.ร.บ.แร่เดิม ที่เป็นโทษกับกฎหมายเก่า คงต้องไปดูว่ากฎหมายใหม่และเก่ามันสามารถใช้ด้วยกันได้หรือไม่ โดยศาลท่านนัดฟังคำพิพากษาอีกครั้ง ในวันที่ 30 มีนาคมนี้ เวลา 10.00 น. ที่จะเป็นวันที่กลุ่มอนุรักษ์ฯ จะวางแนวทางคดีนี้ต่อไปยังไงหากแพ้คดี