โรงยางยักษ์ไม่เหม็นวันรองผู้ว่าฯลงพื้นที่

IMG_4290

รองผู้ว่าอุดรธานีลงพื้นที่จับเข่าคุย ชาวบ้านเหม็นโรงยางแท่งนาน7ปี แบบไร้กลิ่นเหม็นก่อนไม่กี่ชั่วโมง เอ่ยปากตำหนิอุตสาหกรรมจังหวัด ทำแผนงานแก้ปัญหาล่าช้า สั่งหาช่องออกคำสั่งปกครอง ปิดช่องโรงงานซื้อเวลา

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 15 มีนาคม ที่บ้านตระกูลจันทร์จำปา กลางหมู่บ้านโนนสะอาด ม.15 ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี นายธนพล จันทรนิมิ รองผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี พร้อมกับนางพาขวัญ กาจหาญ อุตสาหกรรม จ.อุดรธานี และศูนย์ดำรงธรรมอุดรธานี เดินทางมาพบตัวแทนชาวบ้าน เพื่อชี้แจงแนวทางแก้ไขความเดือดร้อน จากกลิ่นเหม็นของโรงงานยางแท่ง บ.ศรีตรัง แองโกรอินดัสตรี จก.(มหาชน) และ บ.วงษ์บัณฑิตอุดรธานี จก. ที่มีกำลังผลิตรวมกันใหญ่ที่สุดในโลก บ.จำปา ถ.นิตโต ต.หนองนาคำ

นายดิเรก ดวงคำจันทร์ ผอ.รร.บ้านจำปาโนนสะอาด และชาวบ้านชี้แจงเบื้องต้นว่า คืนที่ผ่านมามีกลิ่นเหม็นรุนแรง และมีเสียงเครื่องจักรดัง ติดต่อกันจนมาถึงก่อน 08.00 น. โรงงานทั้งได้หยุดเดินเครื่องจักร ทำให้กลิ่นเหม็นลดลงตามลำดับ จนถึงก่อนเที่ยงวันนี้ไม่มีกลิ่น เป็นเช่นนี้ทุกครั้งเมื่อมีผู้ใหญ่ลงพื้นที่ ทำให้นายธนพลฯ รอง ผวจ.อุดรธานี เปลี่ยนโปรแกรมการลงพื้นที่ โดยจะพูดคุยรับข้อมูลจากชาวบ้าน และชี้แจงแนวทางการแก้ไข จะไม่เดินทางเข้าไปตรวจในโรงงาน

นายธนพล จันทรนิมิ รอง ผวจ.อุดรธานี กล่าวว่า ผู้ว่าฯเป็นห่วงเป็นในเรื่องนี้ ได้สอบถามและสั่งการตนมาตลอด 6 เดือนมาอยู่อุดรฯลงพื้นที่โรงงานแล้ว 4 ครั้ง และได้ศึกษาการแก้ไขที่ผ่านมา พบเคยออกคำสั่งให้ปรับปรุง และผู้ประกอบการก็ปรับปรุงแล้ว แต่ก็ยังมีกลิ่นเหม็นอยู่ ปัญหาที่พบคือในโรงงานมีหลายกิจกรรม แต่เรายังตอบไม่ได้ว่าเกิดจากกิจกรรมใด มีแต่เราอนุมานไปเองว่า กลิ่นที่มีความแตกต่างกัน เกิดจากปล่อง , กองยาง และบ่อบำบัดน้ำเสีย

“ ลงพื้นที่ครั้งก่อนได้สั่งไปแล้ว ให้อุตสาหกรรมอุดรธานีแจ้ง 2 โรงงาน สลับการเดินเครื่องจักร เพื่อตรวจเก็บข้อมูลว่ากลิ่นเป็นของโรงงานไหน และกลิ่นเกิดจากจุดใด เพื่อนำน้ำข้อมูลกลิ่นเทียบกับรายงานการผลิต แต่เรื่องนี้ได้ล่วงเลยมานานมากแล้ว รับแจ้งว่าโรงงานหารือผู้บริหารอยู่ ก็ได้ตำหนิอุตสาหกรรมจังหวัดไป เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการซื่อเวลา ได้ให้ไปดูว่ามีระเบียบกฎหมายอะไรบ้าง จะให้จังหวัดออกคำสั่งปกครอง ถ้ามีผมจะลงนามด้วยตนเอง ”

รอง ผวจ.อุดรธานี กล่าวต่อว่า ไม่ใช่มีร้องเรียนเฉพาะที่นี่ ล่าสุดมีอีกโรงยางแท่งที่ ต.นาข่า อ.เมือง และกลิ่นยังไปไกลถึงในเขต ทน.อุดรธานี ก็ยังไม่รู้ว่าเป็นกลิ่นของใคร วิธีการที่ตนจะดำเนินการ ต้องการแก้ไขให้ยั่งยืน แต่การแก้ไขอาจจะช้าหน่อย หรือใครมีวิธีอื่นอีกก็ให้บอกมา เช่น ความร่วมมือของนักวิชาการ มรภ.อุดรธานี และที่บอกว่าหากใครมาลงพื้นที่ โรงงานจะไม่มีกลิ่นเหม็น ก็บอกไว้ล่วงหน้าเลยว่า ตนจะหาโอกาสมานอนค้างคืนแถวนี้ โดยจะไม่บอกล่วงหน้า

นางทองคำ ไชยมาสุข อายุ 58 ปี อสม.บ้านโนนสะอาด เปิดเผยว่า ก่อนตั้งโรงงานบอกว่าจะทำถุงมือยาง แต่เมื่อสร้างเสร็จกลายเป็นโรงงานแท่งยักษ์ 2 โรงติดกัน อยู่ใกล้กับชุนชนขนาดใหญ่ ส่งกลิ่นเหม็นรุนแรงทั้งกลางวันและกลางคืน โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวอากาศเย็น เด็ก คนชรา คนไม่แข็งแรง เจ็บป่วยระบบทางเดินหายใจ ภูมิแพ้ ผื่นตามตัว เรื้อรังรักษาไม่หาย เจอกกลิ่นแรงๆก็หามกันเข้า รพ. กลับมาก็ป่วยอีก บางคนต้องหนีไปอยู่กระท่อมนา ร้องเรียนไปที่ ผวจ.อุดรธานี หลายสมัย แต่ก็แก้ปัญหาให้ไม่ได้ อยากรัฐบาลเข้ามาดูแลชาวบ้านบ้าง

นางใบอ่อน โนนทัน อายุ 39 ปี ราษฎรบ้านโนนสะอาด เปิดเผยว่า ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง แต่ก็ไม่เคยเจ็บป่วยเรื้อรัง แต่หลังจากมีโรงงานยางแท่ง ป่วยเป็น“ไซนัส”ต่อเนื่องจนจมูกไม่รับรู้กลิ่น ถ้าไม่มีกลิ่นอยู่ได้ตามปกติ จะเริ่มมีอาการเมื่อกลิ่นระดับกลาง-รุนแรง น้ำมูลไหล หายใจไม่ออก ปวดหัวรุนแรง เสมหะจะเป็นสีเหลือง โดยจะอยู่ที่บ้านทั้งวันทั้งคืน กลิ่นมาแม้ปิดประตูบ้านก็ไม่หายเหม็น ดีใจวันไหนที่มีงานพิเศษ ไปขายเครื่องสำอางที่ห้างฯ เหมือนว่าเราได้พักผ่อน

นายดิเรก ดวงคำจันทร์ ผอ.รร.บ้านจำปาโนนสะอาด เปิดเผยว่า ย้ายมารับตำแหน่งที่นี่ 3 ปี ปีนี้มีนักเรียน 115 คน ครู 7 คน มีครูได้รับผลกระทบสุขภาพรุนแรง ต้องลาป่วยรักษาตัวแรมเดือน ตนก็ป่วยแพทย์วินิจฉัยเป็น “ไซนัสอักเสพรุนแรงเฉียบพลัน” ฤดูหนาวปีนี้ต้องไปหาหมอ และโรงพยาบาล 4 ครั้ง ทั้งฉีดยา กินยา จนเบื่อที่จะกินแล้ว แต่ที่ห่วงมากกว่าก็คือเด็กๆ และชาวบ้าน ซึ่งเขาต้องอยู่รับกลิ่นเหม็น 24 ชม. แต่เราก็ไปเช้าเย็นกลับ ที่ผ่านมาการแก้ไขยังไม่เด็ดขาด

“ ผมและชาวบ้านในพื้นที่ 75 คน ได้ร่วมกับทำวิจัยฉบับชาวบ้าน เรื่องผลกระทบในระดับชุมชน โดยสำรวจเก็บข้อมูลในพื้นที่ เก็บข้อมูลจากราชการ ทำให้เห็นข้อมูลที่น่าตกใจ โดยเฉพาะผลการเก็บอากาศของ รถโมบายกรมควบคุมมลพิษ มีรายงานพบสารต่างๆมากมาย เมื่อไปสืบค้นข้อมูลพบว่า สารบางตัวเป็นต้นเหตุให้เป็นมะเร็ง หรือแม้กระทั่งกระทบต่อเซลสืบพันธุ์ หากสารเหล่านี้ถูกปล่อยออกมาต่อเนื่อง จะส่งผลกระทบกับชุมชนหรือไม่ ภาครัฐน่าจะใช้มาตรการ หยุดปรับปรุงทันทีเมื่อมีกลิ่น หากมีปัญหาอีกก็หยุดอีก ”

This slideshow requires JavaScript.