ร้องเหม็นโรงยางแท่งยักษ์บุกถึงห้องผู้ว่าอุดร

8

บุกถึงหน้าห้องผู้ว่าอุดรธานี ร้องเรียนเดือดร้อนกลิ่นเหม็น จากโรงงานยางแท่งยักษ์ ต.หนองนาคำ ชูป้ายเปรียบ “การะเกด” มาร้อง “พี่หมื่น” ช่วยแก้ไข

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 มีนาคม นางกิติชาหรือครูเตี้ย ธานีเนียม , นางสุภาพร เบ้าหล่อเพชร ราษฎรบ้านจำปา ม.7 ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี นำตัวแทนชาวบ้าน บ.จำปาและใกล้เคียง 20 คน ที่ได้รับความเดือดร้อน จากกลิ่นเหม็นของโรงงานยางแท่ง บ.ศรีตรังแองโกรอินดัสตรี้ จก. (มหาชน) และ บ.วงษ์บัณฑิตอุดรธานี จก. ถ.นิตโย บ.จำปา ส่งกลิ่นเหม็นมานานกว่า 7 ปี แม้จะมีคำสั่งให้ปรับปรุงหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขได้ เดินทางมายังศาลากลาง จ.อุดรธานี เพื่อร้องเรียนต่อนายวัฒนา พุฒิชาติ ผวจ.อุดรธานี

ชาวบ้านใช้หน้ากากอนามัยปิดปาก-จมูก เอากระดาษกล่องเบียร์ด้านในเขียนข้อความ อาทิ พวกเราเป็นทุกข์รับกลิ่นยางไม่ไหว , เราเดือดร้อนจึงมาร้องเรียน ขอคืนอากาศบริสุทธิ์ , ท่านผู้ว่าอุดรธานี ช่วยประชาชนด้วย , ท่านครับพวกเราเดือดร้อน ช่วยประชาชนด้วย และ “พี่หมื่น” ช่วยเกด..ด้วย น้องทนกลิ่นยางไม่ไหว เดินขึ้นศาลากลางมายื่นหนังสือที่ศูนย์ดำรงธรรมอุดรธานี และเดินขึ้น ชั้น 2 เพื่อยื่นหนังสือกับนายวัฒนา พุฒิชาติ ผวจ.อุดรธานี ที่ห้องทำงานแต่ไม่พบจึงรวมตัวอยู่หน้าห้อง

นายธนพล จันทรนิมิ รองผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี เดินทางมารับหนังสือร้องเรียน ที่ประกอบไปด้วย 1.หนังสือร้องเรียน , 2.เอกสารสรุปปัญหาความเดือดร้อน , 3.รายชื่อชาวบ้านเขียนด้วยลายมือ พร้อมระบุหมายเลขบัตรประชาชน 4.สำเนาบัตรประชาชน และรับรองสำเนา และพูดคุยกับชาวบ้านที่เดือดร้อน สอบถามถึงความคืบหน้าการลงพื้นที่ครั้งก่อน ชาวบ้านยืนยันว่าการปรับปรุง ติดตั้งระบบไบโอสครับเบอร์แล้วแต่ยังมีกลิ่น พร้อมชี้แจงขั้นตอนแนวทางการแก้ไข นัดหมายลงพื้นที่ในวันพรุ่งนี้

นายธนพล จันทรนิมิ รองผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า เรื่องนี้มีปัญหาเรื้อรังมานาน ผ่านผู้บริหารมาหลายคน ทางราชการก็เคยออกคำสั่ง ให้ทำการปรับปรุงแก้ไข ผู้ประกอบการก็ทำการปรับปรุง แต่ก็ยังแก้ไขปัญหาไม่ได้ เราเองก็อยากรู้ว่าเมื่อปรับปรุงแล้ว กลิ่นออกมาจากทางไหน เพราะโรงงานเองก็มีกิจกรรมหลายอย่าง เราอยากจะหาความสัมพันธ์ ระหว่างกลิ่นกับกิจกรรม มันเกิดรุ่นแรงจากจุดไหน จะได้หาสาเหตุแก้ไขได้ถูกต้อง การแก้ไขจะได้เกิดความยั่งยืน

“ ล่าสุดในการพูดคุยกันหลายฝ่าย มีนักวิชาการสิ่งแวดล้อมจาก มรภ.อุดรธานี จะเข้ามาช่วยกันหาสาเหตุ ทางโรงงานเองก็ตอบรับจะให้ช่วย ขณะนี้ก็กำลังดำเนินการกันอยู่ โดยยางพาราเองก็ผูกพันกับเศรษฐกิจอยู่ เพราะพี่น้องของเราอุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ และเลย เข้าปลูกยางอยู่มาก การแก้ปัญหาจึงต้องเกิดประโยชน์ทุกฝ่าย ทั้งประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ สำหรับเรื่องข้อกฎหมาย สนง.อุตสาหกรรมจังหวัดดูอยู่ เราก็ทำได้คือมีคำสั่งให้ปรับปรุง ”

นางกิติชาหรือครูเตี้ย ธานีเนียม เปิดเผยว่า ชาวบ้านเดือดร้อนมากว่า 7 ปี ที่ผ่านมาก็ได้แต่ลงชื่อร้องเรียน วันนี้ตัดสินใจลาสอนหนังสือ มาร้องเรียนกับชาวบ้านด้วย เพราะกลิ่นเหม็นมีทั้งวันทั้งคืน คนไม่แข็งแรง ผู้สูงอายุ และเด็กๆ เจ็บป่วยเรื้อรังกันทั้งหมู่บ้าน บางคนย้ายออกไปอยู่ที่อื่น ตนก็ประกาศขายบ้านแล้ว ไม่รู้ว่าใครจะมาซื้อ เพราะปีนี้นึกว่าจะดีขึ้น เพราะมีการปรับปรุงครั้งใหญ่ แต่กลิ่นกลับรุนแรงมากกว่าเดิม ก็น่าจะเหม็นเหมือนกันทั้ง 2 โรง เพราะเป็นช่างทีมเดียวกันทำระบบ

“ ชาวบ้านให้โอกาสแก้ไขมาตลอด แต่ก็แก้ไขไม่ได้เลย ทั้งที่ข้อมูลทางราชการตรวจพบ หลายอย่างเกินค่ามาตรฐาน อาทิ โอโซน , ก๊าซไข่เน่า , ฝุ่นขนาดเล็ก ซึ่งจะกระทบต่อสุขภาพ โดยสัปดาห์ที่ผ่านมากลางคืนกลิ่นแรงมาก ชาวบ้านต้องสูดอากาศเข้าไปขณะนอน อยากให้จังหวัดติดตามเรื่องนี้จริงจัง ที่ผ่านมาไม่มีผลเป็นรูปธรรม เหมือนเล่นขายของ ทำทำไปแล้วก็เลิก ไม่ต่อเนื่อง เพราะหากได้ผลมันก็หายเหม็นไปนานแล้ว ถ้ายังแก้ไขปัญหาไมได้ เราก็จะยกระดับการเคลื่อนไหว “