“ไบโอสครับเบอร์”แก้โรงยางยักษ์อุดรเหม็นไม่ได้

2โรงยางยักษ์หนองนาคำเหม็นยืดเยื้อ ระบบใหม่ไบโอสครับเบอร์หมดท่า ชาวบ้านยังเหม็นรุนแรงต่อเนื่อง ไม่มีอำนาจเด็ดขาดปิดปรับปรุง ต้องหันมาเฝ้ายามดมใหม่อีกรอบ ขณะ มรภ.อุดรฯเสนอตัวช่วยอีกแรง

เวลา 15.30 น. วันที่ 26 กุมภาพันธ์ นายธนพล จันทรนิมิ รองผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี นางพาขวัญ กาจหาญ อุตสาหกรรม จ.อุดรธานี พร้อมคณะทำงานแก้ไขปัญหากระบวนการผลิตของโรงงานยางพารา 1 ใน 5 คณะทำงานกรรมการแก้ไขปัญหา กระบวนการผลิตยางพาราอย่างเป็นระบบ จ.อุดรธานี ที่แต่งตั้งโดยนายวัฒนา พุฒิชาติ ผวจ.อุดรธานี ตั้งแต่วันที่ 4 ธันวาคม 2560 ที่ประกอบด้วยหน่วยงานราชการ , ผู้นำท้องถิ่น , ผู้นำท้องที่ และนักวิชาการจาก มรภ.อุดรธานี

ร่วมลงตรวจติดตามการแก้ไขปัญหากลิ่นเหม็น ของโรงงานยางแท่ง บ.ศรีตรัง แองโกรอินดัสตรี จก.(มหาชน) สาขาอุดรธานี , บ.วงษ์บัณฑิต อุดรธานี จก. ถนนนิตโย ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี ตามคำแนะนำของ สนง.อุตสาหกรรม จ.อุดรธานี ให้ปรับปรุงระบบกำจัดกลิ่นจาก “การอบยางแท่ง” จากระบบเวสครับเบอร์เดิม มาเป็น “ไบโอสครับเบอร์” พร้อมติดตั้งระบบดันไอจากกการอบยาง ลงไปในในบ่อน้ำที่มีจุลินทรีย์ ช่วยสลาย ไขมันระเหยเร็ว ที่ต้องเสร็จสิ้นตั้งแต่ 31 ธันวาคม 2560

ตัวแทนทั้ง 2 โรงงานยางแท่ง ยืนยันว่าได้ดำเนินการตามคำสั่งเสร็จแล้ว โดยโรงงานของศรีตรัง ได้ก่อสร้างระบบใหม่ นำไอร้อนจากการอบยางแท่ง ผ่านไบโอสครับเบอร์แบบแนวนอน และดันไอร้อนไหลผ่านน้ำจุลินทรีย์ ก่อนปล่อยออกบรรยากาศที่พื้น ส่วนของโรงงานวงษ์บัณฑิตทั้ง 2 โรง ได้ปรับปรุงเวสครับเบอร์ เป็นไบโอสครับเบอร์ ด้วยการให้ไอร้อนจากอบยางแท่ง ไหลผ่านไบโอสครับเบอร์แบบแนวตั้ง และดันไอร้อนที่ผ่านมาลงในน้ำจุลินทรีย์ ส่วนอีก 1 โรงกำลังติดตั้งระบบ โดยยังไม่เดินเครื่อง

ขณะที่นายประวี จันทรัตนา ผญบ.ม.2 บ้านจำปา และตัวแทนชาวบ้าน ระบุเหมือนกันว่า แม้จะมีการปรับปรุงระบบตามคำแนะนำ แต่ชาวบ้านในหลายหมู่บ้าน โดยเฉพาะที่อยู่ใกล้และใต้ทิศทางลม จะได้รับกลิ่นเหม็นอย่างต่อเนื่อง ทั้งกลิ่นระดับเบาบางไปจนถึงรุนแรง ก็เหมือนกับการแก้ไขมากกว่า 4 ปีแล้ว ก็ไม่สามารถจัดการให้เด็ดขาดได้ ทำให้คณะทำงานที่เป็น ผญบ. และตัวแทนชาวบ้าน มีอาการป่วยแพ้อากาศเช่นกัน

ที่ประชุมยังสรุปไม่ได้ว่า โรงงานใดที่ระบบมีปัญหาอยู่ จนกลิ่นเหม็นยังกระทบชาวบ้าน บางส่วนมองว่าระบบที่มาใช้ ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ยังเอาไปใช้เป็นระบบต้นแบบ กับโรงงานยางแท่งอื่นๆไม่ได้ มีข้อเสนอให้กำหนดตัวแทนชาวบ้าน ในหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบ เพื่อติดตามดมกลิ่นเหม็นของโรงยาง บันทึกในระดับที่กำหนดไว้ ตลอด 24 ชม. โดยให้โรงงานทั้ง 2 โรงผลัดกันหยุดเดินเครื่องโรงละ 7 วัน

ผศ.ธีธวัช สิงหสิริ รองคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ (สิ่งแวดล้อม) มรภ.อุดรธานี กล่าวว่า สภาพในร่างแบบ “ไบโอสครับเบอร์” ก็น่าจะเป็นเครื่องมือแก้ไขปัญหา ในระดับผู้ลงทุนสามารถทำได้ ปัญหาจึงไม่น่าเกิดจากการดีไซน์ จะต้องพิจารณาดูว่าการสร้างเป็นอย่างไร การใช้งาน ระยะเวลา ปริมาณวัตถุดิบ การบำรุงรักษา มันมีข้อจำกัดแค่ไหน นักวิชาการ มรภ.อุดรธานี ด้วยวิศวกร และสิ่งแวดล้อม พร้อมเข้ามาช่วยระดมแก้ไข เพราะขณะนี้บางครั้งกลิ่ไปไกลมากกว่า 10 กม. เห็นว่าการใช้วิธีดมกลิ่นเคยทำแล้วไม่ได้ผล

นายธนพล จันทรนิมิ รอง ผวจ.อุดรธานี กล่าวสรุปว่า ต้องขอบคุณ มรภ.อุดรธานี ที่ส่งนักวิชาการมาช่วยร่วมกันคิด ขอให้โรงงานทั้ง 2 ไปตัดสินใจว่าให้นักวิชาการมาช่วย จะกระทบกับทีมเดิมหรือไม่ ในส่วนตัวถือเป็นเรื่องดี ส่วนการดมกลิ่นก็จะคงมีอยู่ใน 13 หมู่บ้าน โดยมอบให้ กก.บ้าน , อสม., อบต. และครู ทำหน้าที่บันทึกกลิ่นโรงงาน โดยโรงงานจะหยุดเดินเครื่องโรงละ 7 วัน ขอให้ทั้ง 2 โรงไปหารือว่าใครจะหยุดช่วงไหน ส่งคำตอบให้ในวันพฤหัสบดีที่ 1 มีนาคมนี้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s