ชาวบ้านร้องอดีตกำนันรุกพื้นที่วัดโบราณ

อัยการ-ศูนย์ดำรงธรรม-สำนักพุทธ ลงตรวจสอบชาวบ้านร้องเรียน อดีตกำนันรุกพื้นที่สาธารณะ ปิดทางเข้าออกวัดโบราณ ในพื้นที่ อ.สร้างคอม เตรียมขอนักโบราณคดีตรวจสอบ

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 12 กุมภาพันธ์ นายน้ำแท้ มีบุญสล้าง อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมาย และการบังคับคดีจังหวัดอุดรธานี , นางรณิดา เหลืองธิติสกุล ผอ.ศูนย์ดำรงธรรม จ.อุดรธานี , นายธงชัย พลพวก ผอ.สนง.พระพุทธศาสนา จ.อุดรธานี และฝ่ายปกครอง อ.สร้างคอม เข้าตรวจสอบ วัดเก่าดินดำ บ.โคก ม.1 ต.บ้านโคก อ.สร้างคอม โดยมีนายแสงทอง ไชยหงสา อายุ 47 ปี กำนัน ต.บ้านโคก นายหัดตา ชนชิด อายุ 59 ปี ผู้ใหญ่บ้าน บ.โคก ม.1 ชาวบ้านกว่า 30 คน เข้าให้ข้อมูลเหตุอดีตกำนันรุกพื้นที่

ดร.น้ำแท้ มีบุญสล้าง อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมาย และการบังคับคดีจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า ชาวบ้านเข้าร้องเรียนที่ สนง.อัยการ จ.อุดรธานี ว่าอดีตกำนันบุกรุกพื้นที่วัดเก่าแก่ เตรียมออกเอกสารสิทธิ และนำดินมากองปิดทางเข้าออกวัด อ้างว่าเป็นพื้นที่ของตนเอง สร้างความไม่พอใจให้กับชาวบ้าน จึงเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านตามข้อร้องเรียน

IMG_1172

นายแสงทอง ไชยหงสา อายุ 47 ปี กำนัน ต.บ้านโคก เปิดเผยว่า วัดดินดำเป็นวัดโบราณอายุนับร้อยๆปี มีพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ ด้านหน้าทางเข้าติดถนนระหว่างหมู่บ้าน ด้านหลังติดห้วยวังแดง ด้านข้างเป็นพื้นที่ สปก.ของชาวบ้าน หลายสิบปีเป็นเจดีย์เก่าตั้งคู่กันในป่ารก มีพระธุดงค์เข้ามาปักกรดเป็นครั้งคราว และมีคนต่างพื้นที่เข้ามาลักลอบขุดค้นหาของมีค่า วัตถุมงคลอยู่เป็นประจำ เมื่อ 20 ปีก่อนมีการสร้างกุฏิขึ้นมา 2 หลัง ปัจจุบันมีเพียงพระครูหมู ที่เป็นพระในพื้นที่มาจำวัดอยู่เพียงรูปเดียว

IMG_1164IMG_1228

“ มกราคมที่ผ่านมาชาวบ้านที่ไปทำงานที่ญี่ปุ่น ได้ทำผ้าป่ามาสร้างศาลาให้ 1.5 แสน ระหว่างนั้น อดีตกำนัน ต.บ้านโคก ก็เข้ามาอ้างสิทธิ์ครองครองที่ดินด้านหน้าวัด และนำดินมากองปิดทางเข้าออก มีการไกล่เกลี่ยจนยอมเปิดทางให้ แต่ชาวบ้านก็ยังไม่สบายใจ เพราะอดีตกำนันเข้ามาปักหมุด แนวเขตที่ดินรอบบริเวณวัด ชาวบ้านเกรงว่าหากไม่ร้องเรียนให้ตรวจสอบ จะทำให้วัดเก่าแก่คู่บ้านจะถูกรุกแน่นอน ซึ่งวัดยังไม่เคยขึ้นทะเบียนวัด เป็นที่สาธารณะประโยชน์ ไม่มีผู้ใดกล้าเข้ามายุ่งเกี่ยว เพราะเป็นที่ศรัทธาของชาวบ้าน ”

นายธงชัย พลพวก ผอ.สนง.พระพุทธศาสนา จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า จากหลักฐานที่ปรากฏน่าจะเป็นวัดเก่าแก่จริง วันนี้ให้เจ้าหน้าที่สอบถามประวัติความเป็นมา และแนวเขตของวัดจากชาวบ้าน เพื่อเก็บรายละเอียดเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัด เตรียมส่งเรื่องต่อวัฒนธรรมจังหวัด ให้ประสานกรมศิลปากรเข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง จะได้ทราบถึงอายุที่ชัดเจน และเตรียมการบูรณะให้ถูกต้อง ส่วนการจดทะเบียนจัดตั้งวัดให้ถูกต้อง ส่วนนี้ถือว่าทำได้แต่ก็ต้องใช้เวลา จะเร่งดำเนินการเพื่อออกเป็นโฉนดป้องกันการรุกพื้นที่เพิ่มเติม คาดว่าไม่เกินปลายเดือนนี้จะได้ข้อสรุป