ชบ.แจ้งจับนายทุนเงินกู้ หนี้5หมื่นเรียกไถ่คืน7.5แสน

ไปไถ่ถอนคืนจะเอา 7.5 แสน ผกก.ระบุมีผู้เสียหายกว่า 10 ราย

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี มาเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ นิติกรจากศูนย์ดำรงธรรม จ.อุดรธานี นำนางอภัย เบญจจินดา อายุ 80 ปี เลขที่ 3 ม.2 ต.หนองหาน อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ผู้ได้รับความเดือดร้อนจากหนี้นอกระบบ กับพวก 4 ราย เข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับ น.ส.แสง อายุ 58 ปี นายทุนเงินกู้นอกระบบ ในข้อหาเรียกดอกเบี้ยเกินกฎหมายกำหนดกรณีนำที่ดินไปขายฝาก หลังจากเข้าร้องเรียน ได้รับการตรวจสอบจากอัยการคุ้มครองสิทธิ และเจ้าหน้าที่จาก ปปง.

นางอภัย เบญจจินดา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2540 ได้ขายฝากที่ดินไว้กับ น.ส.แสงฯ เป็นเงิน 5 หมื่นบาท ชำระดอกเบี้ยเดือนละ 1,500 บาท มีช่วงหนึ่งขาดส่งและสัญญาขาดไป ได้เจรจาประนอมหนี้ขอผ่อนต่อ แต่เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2548 ได้นำเงินไปไถ่ถอน 5 หมื่นบาท น.ส.แสงฯ กลับบอกว่าต้องไถ่ถอน 7 แสน 5 หมื่นบาท จึงยังไม่ได้ไถ่ถอน และส่งดอกเบี้ยเรื่อยมา จนรู้ว่าคนอื่นเดือดร้อนเหมือนกันจึงรวมตัวไปร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมฯ และเข้าแจ้งความอีกครั้งในวันนี้

002

พ.ต.ท.สุริยา โพธิ์ชาเนตร รอง ผกก. สอบสวน สภ.หนองหาน เปิดเผยว่า ชาวบ้านมาปรึกษาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2560 ได้สอบปากคำเบื้องต้นไว้แล้ว สัญญาขายฝากน่าจะสิ้นสุดแล้ว แต่การเรียกรับดอกเบี้ยจะถูกต้องหรือไม่ กำลังสอบปากคำไปตามขั้นตอน วันนี้ผู้เดือดร้อนยืนยันเข้าแจ้งความร้องทุกข์ ก็จะลงเลขคดีร้องทุกข์คดีอาญา ประมวลเรื่องเสนอต่อผู้บังคับการฯ เพื่อสั่งการลงมาอีกครั้ง ส่วนรายละเอียดผิดถูกอย่างไร จะเข้าข้อกฎหมายใดบ้าง จะต้องดูตามรายละเอียดที่สอบสวนไว้ โดยมีชาวบ้านเข้าแจ้งความร้องทุกข์แล้ว 10 ราย

พ.ต.อ.กิตติเตชิษฐ์ บำรุง ผกก.สภ.หนองหาน เปิดเผยว่า เมื่อสัปดาห์ก่อนท่านผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.อุดรธานี ได้เรียกเข้าไปพบจากกรณีประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการทำสัญญาขายฝากที่ดิน ซึ่งมีข้อกฎหมายที่ซับซ้อน ส่วนใหญ่ก้ำกึ่งไปทางแพ่ง แต่ตำรวจก็ไม่ได้นิ่งดูดายที่ จะดูแลความเดือดร้อนของประชาชน จะเร่งดำเนินการตามขั้นตอนให้เร็วที่สุด