อุดรงัดกฎหมายบี้ จยย.ไม่สวมหมวก-เมาแล้วขับ

อุดรธานีกำหนดยุทธศาสตร์ ลดการตายจากซิ่ง จยย.ไม่สวมหมวกกันน็อค เมาขับขี่รถบนท้องถนน 2 ปีแรกบังคับใช้กฎหมายจริงจัง กับเกษตรกร-ลูกจ้าง-ข้าราชการ-ผู้สูงอายุ

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 30 มกราคม ที่ห้องประชุมกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ชั้น 5 อาคาร 1 ศาลากลาง จ.อุดรธานี นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการ ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน จ.อุดรธานี โดยมีนายธนพล จันทรนิมิ รอง ผวจ.อุดรธานี นพ.สมิต ประสันนาการ สาธารณสุข จ.อุดรธานี นายธีระภัทร์ ผิวสวัสธ์ ป้องกันบรรเทาสาธารณภัย จ.อุดรธานี นำ คกก.หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จากทั้งหมด 20 อำเภอเข้าร่วมประชุม

นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี อุดรธานีมีสถิติอุบัติเหตุบนถนน สูงในอันดับแรกๆของประเทศ โดยเก็บจากสาม ฐานข้อมูลอย่างละเอียด ผลดีสามารถนำข้อมูลกลับมาศึกษา เป้าหมายคือให้อุดรธานีปลอดภัยสูงสุด ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา เราออกมาตรการ “ตีปีกแม่ขี้นาค” ทำให้สถิติเกิดอุบัติเหตุ ผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิตลดลง แต่ก็ยังคงมีสถิติที่สูงอยู่ ถึงเวลาที่ต้องมาคุยกันอย่างจริงจัง หากไม่รีบทำเราจะต้องดูแลคนพิการมากขึ้น

“ เราผ่านมรสุมปีใหม่แล้ว กำลังจะเข้าสู่มรสุมสงกรานต์ ซึ่งต่อไปเราจะต้องทำงานทั้ง 365 วัน การแก้ไขปัญหาจะต้องมีโรดแมป ให้ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ เมื่อคนเก่าย้ายไปคนใหม่มาแทน สามารถส่งไม้กันได้ โดยมอบหมายให้สาธารณสุข จ.อุดรธานี จัดทำยุทธศาสตร์เฉพาะการแก้ไข เน้นไปที่การขับขี่รถด้วยความเมา และขับขี่ จยย.ไม่สวมหมวกกันน็อค ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุ บาดเจ็บ และเสียชีวิต ”

นพ.สมิต ประสันนาการ สาธารณสุข จ.อุดรธานี กล่าวว่า หลายหน่วยงานได้ร่วมกันจัดทำ “ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนลดการตาย” วันนี้จะเสนอรายละเอียดเบื้องต้น เพื่อขอรับฟังความเห็นไปปรับ ก่อนจะลงไปทอลองใช้จริง คาดว่าจะทันก่อนเทศกาลสงกรานต์ โดยนำวิธีการที่นำร่องไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น มาตรการองค์กร , มาตรกรชุมชน และตำบลต้นแบบ มาเป็นเครื่องมือในการปฏิบัติ และขยายออกไปจนเต็มพื้นที่ ซึ่งจะต้องอาศัยทุกภาคส่วน
310161-01 (2)310161-01 (1)

“ จากข้อมูลสถิติปี 60 พฤติกรรมเมาแล้วขับ มีผู้บาดเจ็บ 60 เปอร์เซ็นต์ เสียชีวิต 36 เปอร์เซ็นต์ , บาดเจ็บจากขับขี่ จยย.74 เปอร์เซ็นต์ และในจำนวนนั้นเสียชีวิต 83 เปอร์เซ็นต์ การแก้ไขจะแบ่งเป็น 3 ระยะ ระยะแรก 1-2 ปี เป้าหมายคือ เกษตรกร-ลูกจ้าง-ข้าราชการ-ผู้สูงอายุ โดยใช้มาตรการองค์กร-ชุมชน และบังคับใช้กฎหมาย , ระยะที่สอง 3-5 ปี เป้าหมายี่นักเรียน-นักศึกษา ด้วยมาตรกรองค์กร(สถานศึกษา) และบังคับใช้กฎหมาย และระยะที่สาม 5 ปี เป้าหมายนักเรียนอนุบาล-ประถม โดยปลูกฝั่งจิตสำนึก และวินัยจราจร ”

นายวัฒนา พุฒิชาติ ผวจ.อุดรธานี ยังมีคำสั่งให้ตรวจสอบโรงงานยางแท่ง ว่าได้ปฏิบัติตามข้อตกลงเรื่อง การขนยางก้อนถ้วยหรือไม่ หลังจาก คกก.ในที่ประชุมแจ้งว่า วานก่อนมีฝนตกลงบนถนนอุดร-หนองบัวลำภู ทำให้รถเกิดอุบัติเหตุเสียการทรงตัว จากน้ำจากการขนยางพารา ที่มีลักษณะสีขาวชัดเจน โชคดีที่ไม่ทำให้บาดเจ็บรุนแรง พร้อมระบุด้วยว่า ขณะขับขี่บิ๊กไบด์ไปกับขบวน บนถนนอุดร-บ้านผือ ก็มีน้ำยางพารารั่วไหลลงถนน โชคดีที่มีการแจ้งล่วงหน้า โดยขอให้มีการบังคับใช้กฎหมายจริงจัง เพราะทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยๆ.