60,125 คน รำบวงสรวงฉลองตั้งเมืองอุดร

พระอนุสาวรีย์กรมหลวงประจักษ์ เปล่งรัศมี 5 แฉกตามถนน 5 สาย รวมกว่า 4 กม. เป็นสีแสดจากเสื้อแห่งความเคารพศรัทธา 60,125 คน ฉลองตั้งเมืองอุดรลุสู่ปีที่ 125

k001ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี มาตั้งแต่เช้าบริเวณพระอนุสาวรีย์ พลตรีพระเจ้าบรมวงษ์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ทน.อุดรธานี จัดให้มีการประกอบพิธีฉลองการก่อตั้งเมืองอุดรธานีลุเข้าสู่ปีที่ 125 น้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณ และพระเกียรติคุณ โดยมีนายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานในพิธี , หม่อมราชวงษ์ทองน้อย ทองใหญ่ นำทายาทราชสกุลทองใหญ่ เข้าร่วมพิธี โดยมีนายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี นำตุลาการ ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ พ่อค้าประชาชน

k003

นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็นประธานนำทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 126 รูป , ประกอบพิธีสงฆ์ 10รูป , วางพานพุ่มดอกไม้สดถวายราชสักการะ , พราหมณ์สมหมาย ศรีเมืองแก้ว ครูภูมิปัญญาแห่งชาติ นำทำพิธีบายศรีสู่ขวัญบ้านสู่ขวัญเมือง ตามประเพณีอีสาน ด้วยพานบายศรียักษ์รัศมี 2 เมตรสูง 5 เมตร , รำบายศรีสูงขวัญบ้านสู่ขวัญเมือง , ถวายเครื่องสังเวยบูชาพลตรีพระเจ้าบรมวงษ์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม , บรรเลงกลองกริ่งเฉลิมพระเกียรติ , มอบรางวัล “กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม” ยกย่องบุคคล 5 สาขา 25 คน

k009k016

และรำบวงสรวงสดุดีฯ ในชุดเสื้อสีแสด ผ้าถุงและสไบย้อมคราม ทัดดอกทองกวาว พร้อมนำมาลัยกร จากการเริ่มต้นรำเพียง 19 คน จนกลายเป็นประเพณีมาหลายสิบปี ปีนี้ชาวอุดรธานีลงทะเบียนถึง 60,125 คน หนึ่งในนั้นคือ น.ส.สุดารัตน์ บุตรพรหม หรือ “ตุ๊กกี้ ชิงร้อย” มาร่วมรำเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน ใช้พื้นที่รำรอบพระอนุสาวรีย์ และตามถนน 5 สาย เป็นเหมือนรัศมี 5 แฉก คือถนนทหาร จากพระอนุสาวรีย์-ซอยจินตคาม, ถนนทหาร จากพระอนุสาวรีย์-วงเวียนน้ำพุ , ถนนศรีสุข , ถนนสุรการ และถนนโภคานุสรณ์ ระยะทางรวม 4 กม. โดยงานพิธีสิ้นสุดลง 11.15 น.k004

การฉลองก่อตั้งเมืองอุดรธานีลุเข้าสู่ปีที่ 125 จัดขึ้นยิ่งใหญ่เป็นกรณีพิเศษ ตามตัวเลขจำนวนปีแบบสากล นอกจากมีกิจกรรมที่จัดขึ้นทุกปี ยังเพิ่มเติมการจัดกองเกียรติยศ , การร่วมขับร้องเพลงชาติไทย , การอัญเชิญศาสตราวุธประจำพระองค์ ที่ทายาทราชสกุลทองใหญ่ มอบให้ชาวอุดรธานีมาที่พระอนุสาวรีย์ , การจัดสร้างเหรียญที่ระลึก และรูปหล่อลอยเท่าองค์จริง , การบรรเลงกลองกริ่งเฉลิมพระเกียรติ และการมอบรางวัล “กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม” ขณะรอบพระอนุสาวรีย์ จอแอลอีดี.ถ่ายทอดสดงานพิธี ส่วนป้ายโฆษณาพร้อมใจเป็นพื้นขาวทั้งหมด
พลตรีพระเจ้าบรมวงษ์เธอกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ขณะดำรงตำแหน่ง “กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม” เป็นแม่ทัพฝ่ายเหนือ มาปราบโจรจีนฮ่อตั้งกองทหารอยู่ จ.หนองคาย ทหารฝรั่งเศสอ้างเหตุความขัดแย้ง นำกองเรือปิดแม่น้ำเจ้าพระยา บีบบังคับให้ประเทศไทย ลงนามในสนธิสัญญา รศ.112 มอบดินแดนฝั่งซ้ายแม่โขงให้ ส่วนหนึ่งไม่ให้ไทยตั้งกองทหาร อยู่ในรัศมีจากริมแม่น้ำโขง 25 กม. กรมหลวงประจักษ์ฯ ถอยทัพมาถึงบ้านเดื่อหมากแข้ง เมื่อวันที่ 18 มกราคม รศ.112 เห็นมีชัยภูมิเหมาะสมจึงตั้งทัพที่นี่ บ้านเมืองอุดรธานีได้เติบโตมาถึงปัจจุบัน

ขอบคุณภาพบนอากาศของคุณธานินทร์ วงศ์อาสา