อัยการแนะแจ้งจับโกงเงินผีอุดรฯฉ้อโกง ปชช.

แก้เบี้ยวเงินฌาปนกิจอุดรธานีไม่จบ ไกล่เกลี่ยไปแล้วยังมีเพิ่ม หนักข้อเบี้ยวข้อตกลง อัยการชี้เข้าข่าย “ฉ้อโกงประชาชน” แนะแจ้งจับชุดแรก 30 ราย ตร.ต้องรับคดีขอตั้งคณะมาสอบสวนก่อน

เมื่อวันที่ 15 มกราคม ที่ห้องประชุมสำนักงานอัยการ จ.อุดรธานี นายน้ำแท้ มีบุญสล้าง อัยการจังหวัดคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมาย และการบังคับคดี จ.อุดรธานี , นายตฤณ เบญจจินดา นิติกรปฏิบัติการ ศูนย์ดำรงธรรม จ.อุดรธานี ร่วมประชุมกับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน จากฌาปนกิจสงเคราะห์ในพื้นที่ อ.เมืองอุดรธานี 2 แห่ง 30 รายๆละ 80,000-100,000 บาท และนายทุนนอกระบบ 10 ราย รายละ 1-1.5 ล้านบาท ที่บ่ายเบี่ยงไม่ทำตามข้อตกลงไกล่เกลี่ย

610115-4-1

ต่อมาเจ้าหน้าที่จากศูนย์ดำรงธรรมฯ นำชาวบ้านเดินทางมาที่ สภ.เมืองอุดรธานี พบแจ้งความต่อ พ.ต.ท.ผลิตอรัญ บุญมาตุ่น รอง ผกก.สอบสวนฯ และ ร.ต.อ.สุพัตร บุญเรือง รอง สว.สอบสวนฯ ดำเนินคดีกับกับฌาปนกิจสงเคราะห์ 2 แห่ง และนายทุนเงินกู้นอกระบบ ตามคำแนะนำของอัยการสิทธิฯ จ.อุดรธานี หลังจากศูนย์ดำรงธรรมฯรับร้องเรียน และได้ไกล่เกลี่ยหลายครั้ง ก็ยังมีชาวบ้านมาร้องเรียนต่อเนื่อง จนผู้เสียหายชุดล่าสุดถูกปฏิเสธจ่ายเงิน

 

นางเล็ก นามสมมุติ จาก ต.เชียงหวาง อ.เพ็ญ เปิดเผยว่า สมัครเป็นสมาชิกฯฌาปนกิจสงเคราะห์ที่ ซอยเห้งเจีย ถ.อุดรดุษฎี ทน.อุดรธานี ให้คนในครอบครัว 5 คน เสียค่าสมัครรายละ 1,500-1,800 บาท(ขึ้นกับอายุ) จ่ายค่าศพเดือนละ 310 บาท ต่อมาต้นปี 60 เพิ่มเป็น 420 บาท จะได้ค่าศพละ 80,000-100,000 บาท นับตั้งแต่ มี.ค.60 ชาวบ้านไม่ได้รับเงิน มาร้องเรียนศูนย์ฯก็ทำเรื่องไกล่เกลี่ย ถึงเวลาก็ยังไม่จ่ายเงินให้ ขอเพียงครึ่งเดียวก็ไม่จ่าย สมาชิกกว่าครึ่งไม่จ่ายรายเดือน เพราะคิดว่าล้มแน่นอนแล้ว

ป้าน้อย นามสุมมติ ผู้เสียหายอีกคน เปิดเผยว่า เป็นสมาชิกฌาปนกิจฯ ต.นาดี อ.เมือง เป็นสมาชิกมานานกว่า 3 ปี เสียค่าสมัคร 1,000 บาท ค่ารายเดือนเริ่มแรก 100 บาท เป็น 200 บาท และ 300 บาทตามละดับ เมื่อสมาชิกเสียชีวิตทายาทจะได้เงิน 100,000 บาท ชาวบ้านไม่ได้รับเงินมานานกว่าครึ่งปี มีสมาชิกบางส่วนไม่ส่งรายเดือน เพราะเชื่อว่าฌาปนกิจล้มแล้ว ไม่อยากจะถูกหลอกอีก บางส่วนมาร้องศูนย์ดำรงธรรม เรียกมาทำข้อตกลงแต่ก็เบี้ยว

นายน้ำแท้ มีบุญสล้าง อัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมาย และการบังคับคดี จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า ชาวบ้านร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมฯ มีนายทุนปล่อยเงินกู้มีพฤติการณ์ ให้ชาวบ้านนำที่ดินมาขายฝาก เช่น ทำสัญญา 5 แสนบาท แต่ได้เงินไปเพียง 3 แสนบาท เมื่อชาวบ้านผ่อนมาเรื่อยๆ จนพ้นกำหนดเวลาขายฝาก หากอยากได้โฉนดคืนจะต้องจ่ายอีก 8 แสน รวมแล้วกู้เงินแค่ 3 แสน ต้องจ่ายคืนนายทุนเกือบ 2 ล้านบาท เป็นพฤติการณ์ที่น่าจะเข้าข่ายความผิดอาญา เรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา และเข้าข่ายผู้มีอิทธิพล

“ อีกเรื่องคือฌาปนกิจสงเคราะห์ พฤติการณ์ให้ชาวบ้านรวมตัวกัน จ่ายเงินค่าแรกเข้า แล้วให้จ่ายเงินรายเดือน สัญญาว่าหากสมาชิกเสียชีวิต จะได้ผลประโยชน์เป็นเงิน ที่สูงเกินความเป็นจริง และมีการหาสมาชิกเพิ่มไปเรื่อยๆ เพื่อเอาเงินจากสมาชิกใหม่ มาจ่ายสมาชิกเก่า เป็นพฤติกรรมเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ ในที่สุดก็จะต้องเลิกและไม่จ่ายเงิน หรือจ่ายน้อย เป็นการฉ้อโกงประชาชน ได้แนะนำให้นำหลักฐานที่มีทั้งหมด ไปแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจ เพื่อพิจารณาว่าจะมีความผิดอย่างไร ”

610115-4-4

นายน้ำแท้ ฯ ตอบข้อซักถามว่า ฌาปนกิจสงเคราะห์มีปัญหามานานหลายปี เป็นการปล่อยปะละเลย ไม่มีการดำเนินการใดๆ ทำให้พฤติการณ์แบบนี้ขยายวงกว้าง เกิดความเสียหายมากขึ้น สนง.อัยการคุ้มครองสิทธิฯ จึงเห็นว่าจำเป็นต้องดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อยุติพฤติการณ์ที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน

พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า มีชาวบ้านมาแจ้งความมากกว่า 30 คน ส่วนแรกเรื่องกองทุนฌาปนกิจ 2 แห่ง ตร.ได้รับเรื่องร้องทุกไว้แล้ว โดยจะตั้งคณะพนักงานสอบสวนขึ้นมา เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ถ้าพบเข้าข่ายความผิดใดก็จะแจ้งข้อหา , ส่วนที่การปล่อยเงินกู้นอกระบบ ที่แบ่งเป็น 2 ส่วนส่วนแรกคือปล่อยเงินกู้ คิดอัตราดอกเบี้ยเกินกฎหมายกำหนด ก็จะรวมรวมหลักฐานแจ้งข้อหา อีกส่วนคือการขายฝากแล้วตามหานายทุนไม่ได้ จะต้องสอบสวนว่าเข้าข่ายคดีอาญา หรือคดีแพ่งก่อน