สั่งลอกห้วยใหม่และเพิ่ม1กม.โลหะหนักจากแร่ทองแดงลาว

ดีเดย์ลอกสาขาห้วยสามพาด 1 กม. 17 ม.ค.-31 มี.ค. แก้โลหะหนักปนเปื้อนนาน 5 เดือน จากรถขนแร่ทองแดงจาก สปป.ลาว ตกห้วยก่อนส่งไปท่าเรือ

เมื่อวันที่ 12 มกราคม ที่ห้องประชุมศาลากลาง จ.อุดรธานี นายธนพล จันทรนิมิ รองผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี เป็นประธานประชุมติดตามการแก้ไขปัญหา โลหะหนักปนเปื้อนในห้วยสาขา ลำห้วยสามพาด ริมถนนมิตรภาพ บ.นาดี ต.ผาสุก อ.กุมภวาปี เกิดจากรถบรรทุกสินแร่ทองแดงจาก สปป.ลาว ไปลงเรือที่ท่าเรือมาบตาพุดพลิกคว่ำลงลำห้วย มาตั้งแต่ 5 สิงหาคม 2560 กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และตัวแทนจาก บ.เอสเคที. ทราน จก. ผู้ประกอบการขนส่ง

110161-2-2

ที่ประชุมได้รายงานว่า ตามที่อุดรธานีมีคำสั่งให้ บ.เอสเคที. ทราน จก. รับผิดชอบเก็บกู้และฟื้นฟูลำห้วย ตั้งแต่จุดรถบรรทุกสินแร่ทองแดงพลิกคว่ำลง ไปตามกระแสน้ำระยะทาง 1,000 ม. และบริษัทฯได้ดำเนินการเก็บกู้ไปแล้ว 300 ม. ที่เหลืออีก 700 ม.ให้บริษัทฯเสนอแผนให้ทางจังหวัดก่อน ซึ่งจากการเก็บตัวอย่างดินและน้ำหลังดำเนินการ พบว่ายังมีโลหะหนักตกค้าง เกินกว่าค่ามาตรฐานทางราชการ การเสนอแผนเก็บกู้และฟื้นฟูของบริษัทฯ น่าจะต้องดำเนินการตลอดทั้ง 1,000ม.

ที่ประชุมระบุต่อว่า มีหลายหน่วยงานที่ได้รายงาน ค่าใช้จ่ายในการในการวิเคราะห์ น้ำ ตะกอนดิน สัตว์น้ำ และตรวจสารตกค้างในคนงาน เบื้องต้นมีค่าใช้จ่ายอยู่ประมาณ 600,000 บาท และยังมีค่าใช้จ่ายในการตรวจวิเคราะห์อีก จนกว่าจะสามารถเก็บกู้แลฟื้นฟูลำห้วยเสร็จสิ้น รวมไปถึงค่าใช้จ่ายในการตรวจรักษา คนงานที่ตรวจสอบมีโลหะหนักในกระแสเลือดด้วย โดยหลักของกฎหมายกำหนดว่า ผู้ที่ทำให้สิ่งแวดล้อมเสียหาย จะต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย

ขณะตัวแทน บ.เอสเคที. ทราน จก. ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมมาด้วยระบุว่า ได้กำหนดแผนเก็บกู้และฟื้นฟูลำห้วยระยะทาง 700 ม.ที่เหลือ เป็นการเก็บกู้ระบบแห้ง คือจะดำเนินการในช่วงฤดูแล้ง และจะสูบน้ำออกเพื่อขุดลอกตะกอนดินออกไปทำลาย เมื่อทางราชการแจ้งว่า การเก็บกู้และฟื้นฟูช่วงแรก 300 ม. ยังมีโลหะหนักตกค้างอยู่ ก็จะบรรจุแผนทำไปพร้อมกัน คือระหว่างวันที่ 17 มกราคม-31 มีนาคม 2561 ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายตรวจวิเคราะห์ และรักษา จะรายงานให้ผู้บริหารเพื่อตัดสินใจ

110161-2-3

นายธนพล จันทรนิมิ รองผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี กล่าวว่า ขอให้บริษัทฯเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ เพราะที่ผ่านมาล่วงเลยมานานแล้ว ชาวบ้านเสียโอกาสในการดำรงชีวิต ต้องคำนึงถึงชาวบ้านให้มากขึ้น ไม่ใช่มองเพียงความสะดวกของเอกชนเท่านั้น และขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ เร่งดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ รวมทั้งเรื่องค่าใช้จ่ายตรวจวิเคราะห์ และการตรวจรักษาคนงาน